Show simple item record

[Primary Health Care System : Case Study in Northern Region]

dc.contributor.authorวิลาวัณย์ เสนารัตน์en_US
dc.contributor.authorWilawan Saenaraten_US
dc.contributor.authorวิจิตร ศรีสุพรรณen_US
dc.contributor.authorประคิณ สุจฉายาen_US
dc.contributor.authorวิภาดา คุณาวิกติกุลen_US
dc.contributor.authorสุสัณหา ยิ้มแย้มen_US
dc.coverage.spatialthen_US
dc.date.accessioned2008-12-04T05:19:40Zen_US
dc.date.accessioned2557-04-17T00:18:46Z
dc.date.available2008-12-04T05:19:40Zen_US
dc.date.available2557-04-17T00:18:46Z
dc.date.issued2001en_US
dc.identifier.otherhs0940en_EN
dc.identifier.urihttp://hdl.handle.net/11228/1450en_US
dc.description.abstractรูปแบบการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ: กรณีศึกษาในเขตภาคเหนือ การศึกษาเพื่อหารูปแบบการจัดระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ กรณีศึกษาภาคเหนือนี้ ได้ใช้แบบวิจัยเชิงปฏิบัติการโดยเน้นการมีส่วนร่วม (participatory action research) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ สถานการณ์ด้านสุขภาพและระบาดวิทยาในภาคเหนือ ความต้องการทางด้านสุขภาพของประชาชน ความคิดเห็นของผู้นำชุมชนและบุคลากรทางด้านสุขภาพต่อระบบบริการสุขภาพที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมทั้งทัศนะของผู้ทรงคุณวุฒิในเรื่องระบบสุขภาพระดับปฐมภูมิ วิธีการศึกษาประกอบด้วยการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง การศึกษาทางระบาดวิทยา การสำรวจ การสัมภาษณ์ การสนทนากลุ่ม การสัมภาษณ์เจาะลึกและการนำเสนอข้อมูลเพื่อสะท้อนความคิดเห็นจากผู้นำชุมชนและบุคลากรสาธารณสุข การศึกษาครั้งนี้เลือกศึกษาชุมชน 6 ชุมชนที่ตั้งในภาคเหนือของประเทศไทย ชุมชนได้มาอย่างเจาะจงเพื่อเป็นตัวแทนของวิถีชีวิตแบบต่างๆของประชาชนในภาคเหนือ โดยเป็นชุมชนในเมืองและชนบท ที่มีการเดินทางสะดวกและมีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่ผู้วิจัยปฏิบัติงาน จากผลการศึกษาดังกล่าว คณะผู้วิจัยได้พิจารณารูปแบบการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิโดยพยาบาลวิชาชีพที่มุ่งเน้นการจัดบริการให้สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของท้องถิ่นและมีข้อเสนอแนะรูปแบบการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิดังนี้ 1. พัฒนาความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพเดิม โดยจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพประจำสถานบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ 2. มีระบบบริหารจัดการด้านบุคลากรให้เหมาะสม ทั้งทางด้านจำนวน คุณวุฒิและคุณภาพ 3.มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิให้สอดคล้องกับเป้าหมายการสร้างเสริมสุขภาพดีไม่เน้นด้านการรักษาอย่างเดียว นอกจากนี้ภาครัฐต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้และทักษะในการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ 4. มีการเชื่อมประสานเครือข่ายความร่วมมือและการส่งต่อในการให้บริการสุขภาพทั้งในระดับปฐมภูมิและระดับเหนือขึ้นไปโดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแนวทางในการดำเนินงาน 1. เร่งสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับทิศทางการปฏิรูประบบสุขภาพแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมทั้งประชาชนทุกคน 2. จัดทำหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตเพื่อผลิตพยาบาลวิชาชีพให้มีความรู้และทักษะสอดคล้องกับบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ 3. จัดทำหลักสูตรระยะสั้นเป็นการเร่งด่วนเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับพยาบาลวิชาชีพเพื่อให้สามารถให้บริการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิได้อย่างมีคุณภาพ 4. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ระดับอำเภอและระดับจังหวัด 5. จัดบริการสุขภาพในระดับปฐมภูมิโดยพยาบาลวิชาชีพที่ได้ผ่านการเตรียมความพร้อม 6. มีระบบประเมินผลการให้บริการทั้งด้านการบริหารจัดการ คุณภาพการบริการ ความพึงพอใจ ความคุ้มค่า ปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นตลอดจนแนวทางแก้ไขบทบาทของพยาบาลในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ พยาบาลมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญที่สุดในการพัฒนาสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในยุคของการปฏิรูประบบสุขภาพ เพราะพยาบาลเป็นบุคลากรที่มีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว เป็นผู้มีวินัย สามารถทำงานเป็นทีม มีความละเอียดอ่อนในการให้บริการสุขภาพ และมีความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น รวมทั้งมีจำนวนเพียงพอในการให้บริการ ดังนั้นพยาบาลจึงต้องมีบทบาทในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ ดังต่อไปนี้ 1. ให้บริการสุขภาพระดับปฐมภูมิที่ครอบคลุมบริการตั้งแต่ก้าวแรกที่มีผู้เข้ามาใช้บริการ และดูแลอย่างต่อเนื่อง ครบทั้ง 4 มิติของการให้บริการตามขอบเขตที่กำหนด โดยคำนึงสิทธิของผู้รับบริการ การมีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพ คุณภาพ และมาตรฐานของการบริการ ทั้งนี้ต้องสอดคล้องกับจริยธรรมและจรรยาบรรณของวิชาชีพ 2. จัดการการบริการ ทั้งในด้านการบริหารบุคคล บริหารทรัพยากร และงบประมาณ และคำนึงถึงความคุ้มค่า และคุ้มทุนของการจัดบริการ 3. นำการเปลี่ยนแปลงทางด้านสุขภาพ โดยการมีส่วนร่วมของผู้รับบริการและชุมชน รวมทั้งการเป็นแบบอย่างที่ดีด้านสุขภาพ จัดกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ มีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของชุมชนและสังคมสิ่งแวดล้อมในชุมชน 4. ให้ข้อมูล ความรู้ คำปรึกษาแก่บุคคล ครอบครัว และชุมชนทุกกลุ่มเป้าหมาย 5. ประสานและเชื่อมต่อระบบที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับเดียวกันและระดับที่สูงขึ้นเพื่อประโยชน์ในการส่งต่อผู้รับบริการ และผู้ป่วยได้อย่างเหมาะสม 6. เป็นทีมงานกับเครือข่ายระบบบริการสุขภาพ องค์การบริการส่วนท้องถิ่นและประชาชน โดยอาศัยความมีทัศนคติ บุคลิกภาพ และมนุษยสัมพันธ์ที่ดี 7. เป็นนักวิจัยหรือนำผลการวิจัยไปพัฒนาการบริการ หรือแก้ปัญหาสุขภาพได้ 8. ควบคุมและพัฒนาคุณภาพของการบริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีระบบการประเมินผลการบริการทั้งจากผู้ให้บริการ ผู้รับบริการ และผู้เกี่ยวข้อง โดยกำหนดดรรชนีชี้วัดคุณภาพอย่างชัดเจน ตรวจสอบได้en_US
dc.description.sponsorshipสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขen_US
dc.format.extent2222685 bytesen_US
dc.format.mimetypeapplication/octet-streamen_US
dc.languagethaen_US
dc.language.isoen_USen_US
dc.publisherสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขen_US
dc.subjectบริการปฐมภูมิ -- ไทย(ภาคเหนือ)en_US
dc.titleรูปแบบการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ : กรณีศึกษาในเขตภาคเหนือen_US
dc.title.alternative[Primary Health Care System : Case Study in Northern Region]en_US
dc.identifier.callnoW84.6 ว719ร 2544en_US
dc.identifier.contactno44ค021en_US
dc.subject.keywordระบบบริการสุขภาพen_US
.custom.citationวิลาวัณย์ เสนารัตน์, Wilawan Saenarat, วิจิตร ศรีสุพรรณ, ประคิณ สุจฉายา, วิภาดา คุณาวิกติกุล and สุสัณหา ยิ้มแย้ม. "รูปแบบการจัดบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ : กรณีศึกษาในเขตภาคเหนือ." 2001. <a href="http://hdl.handle.net/11228/1450">http://hdl.handle.net/11228/1450</a>.
.custom.total_download224

Fulltext
Icon
Name: hs0940.pdf
Size: 1.254Mb
Format: PDF
 

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record