banner

DSpace at HSRI > International Health Policy Program,Thailand(IHPP) > Articles >

Please use this identifier to cite or link to this item: http://hdl.handle.net/123456789/338

Title: ชุดวิจัยการเงินการคลังระบบสุขภาพไทย: ตอนที่ 1 แนวทางการปฏิรูปการเงินการคลังหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
Authors: วลัยพร พัชรนฤมล
ไมเคิล ซิชอน
วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร
จิตปราณี วาศวิท
กัญจนา ติษยาธิคม
Author's Email: ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
ไม่มีข้อมูล
Subjects: หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า
Issue Date: 2549
Publisher: สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ
Citation: วารสารวิชาการสาธารณสุข 15,1(2549) : 17-30
Abstract: งานการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล ครอบคลุมประชากรไทยร้อยละ ๗๕ แต่ได้รับงบประมาณอุดหนุนอัตราเหมาจ่ายรายหัวที่จำกัดต่ำกว่าข้อเท็จจริงของอัตราการใช้และต้นทุนบริการ และมีปัญหาความยั่งยืนทางการเงินระยะยาวของงานนี้ การศึกษานี้วิเคราะห์และเสนอแนวทางการปฏิรูปการเงินการคลังของงานการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า ดำเนินการศึกษาระหว่างเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ๒๕๔๗ โดยการประมาณการรายจ่ายสุขภาพระยะยาวของประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๗ – ๒๕๖๓ โดยใช้แบบจำลองสี่แบบ เพื่อคาดคะเนด้านประชากรและแรงงาน ด้านเศรษฐกิจ ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และงบประมาณของรัฐบาล โดยใช้ฐานข้อมูลประชากรและเศรษฐกิจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถิติแรงงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ บัญชีรายจ่ายสุขภาพแห่งชาติของสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ ข้อมูลงบประมาณประจำปีของกรมบัญชีกลางกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ อาศัยสมมติฐานต่าง ๆ ที่คาดว่าน่าจะเป็น พร้อมทั้งการสร้างฉากทัศน์ทั้งการลดรายจ่าย และ/หรือการเพิ่มงบประมาณที่แน่นอนของการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า พบว่า รายจ่ายสุขภาพทั้งประเทศ เท่ากับร้อยละ ๓.๕๐ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ในปี ๒๕๔๗ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๓.๖๔ และ ๓๘๘ ในปี ๒๕๕๓ และ ๒๕๖๓ ตามลำดับ ฉากทัศน์ที่ ๑ กำหนดให้มีรายได้เฉพาะที่แน่นอนจากการเก็บภาษีสุขภาพ (personal health tax) การปรับเพิ่มภาษีบุหรี่ สุรา และเบียร์แล้วกันเงินภาษีส่วนหนึ่งให้แก่งานการสร้างหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเป็นการประจำ (earmarked sin tax) ทำให้ต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีของรัฐลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสภาพปัจจุบัน ฉากทัศน์ที่ ๒ กำหนดให้จำนวนผู้มีสิทธิประโยชน์ลดลง โดยการขยายความคุ้มครองประกันสังคมไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ทำให้รายจ่ายลดลง ๙,๒๑๐ ล้านบาทในปี ๒๕๔๘ ฉากทัศน์ที่ ๓ เป็นการควบรวมฉากทัศน์ที่ ๑ และ ๒ ทำให้มีการลดรายจ่าย (โดยการขยายการคุ้มครองของประกันสังคม) พร้อมกับการเพิ่มรายรับที่แน่นอน ทำให้เกือบไม่มีความต้องการเงินอุดหนุนจากงบประมาณประจำปีเลย ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการปฏิรูปการเงินการคลังหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าให้มีความยั่งยืน และมีความเป็นไปได้ มี ๓ มาตรการ มาตรการที่หนึ่ง การตัดโอนภาษีสรรพสามิตที่รัฐจัดเก็บได้มาให้เป็นการประจำตามจำนวนที่กำหนดไว้ โดยไม่ต้องปรับเพิ่มภาษี หรืออาจจะปรับเพิ่มภาษี ซึ่งทำให้สามารถจัดตั้งกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้ มาตรการที่สอง การลดรายจ่ายโดยให้ระบบประกันสังคมขยายการคุ้มครองไปสู่คู่สมรสและบุตรของผู้ประกันตน ซึ่งอาจกระทำได้โดยไม่ต้องปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบจากผู้ประกันตน นายจ้าง และรัฐบาล มรตรการที่สาม ปฏิรูปพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ โดยมอบให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เป็นผู้จัดเก็บเบี้ยประกันภัย พร้อมกับการเก็บภาษีประจำปีจากเจ้าของรถตามกฎหมาย หรือขณะทำการจดทะเบียนรถใหม่ ทำให้สามารถบังคับใช้กฎหมายได้เต็มที่และคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถทุกรายไม่ว่าเกิดจากรถที่มีหรือไม่มีประกันตามกฎหมาย การบริหารจัดการการเงินจึงจะเป็นไปตามเจตนารมณ์มากขึ้น
URI: http://hdl.handle.net/123456789/338
ISSN: 0858-4923
Appears in Collections:Articles

Files in This Item:

All items in DSpace are protected by copyright, with all rights reserved.

Health Systems Research Institute ,visitor : Free Web Site Counter

Valid XHTML 1.0 Transitional Creative Commons License
งานวิจัยและเอกสารเผยแพร่ทุกชิ้นโดย สวรส. อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย.
อยู่บนพื้นฐานของงานที่ http://kb.hsri.or.th.

Power by DSpace Software Copyright © 2002-2005 MIT and Hewlett-Packard - Feedback