Show simple item record

การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก: บทเรียนจากพื้นที่เพื่อการปรับนโยบาย

dc.contributor.authorยศ ตีระวัฒนานนท์en_US
dc.contributor.authorศิริพร กัญชนะen_US
dc.contributor.authorวิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียรen_US
dc.contributor.authorพรสิณี อมรวิเชษฐ์en_US
dc.contributor.authorบวร งามศิริอุดมen_US
dc.date.accessioned2008-10-03T09:58:48Zen_US
dc.date.accessioned2557-04-15T08:56:10Z
dc.date.available2008-10-03T09:58:48Zen_US
dc.date.available2557-04-15T08:56:10Z
dc.date.issued2545en_US
dc.identifier.citationวารสารวิชาการสาธารณสุข 11,6(2545) : 792-803en_US
dc.identifier.issn0858-4923en_US
dc.identifier.otherDMJ30en_US
dc.identifier.urihttp://hdl.handle.net/11228/429en_US
dc.description.abstractการดำเนินงานป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูกในประเทศไทยซึ่งขยายการดำเนินงานครอบคลุมทั้งประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๓ มีความก้าวหน้าเป็นอย่างมาก มีการผสมผสานการดำเนินงานเข้าสู่ในระบบการให้บริการการดูแลฝากครรภ์และคลอดบุตรอย่างกลมกลืนทำให้เกิดประสิทธิภาพและยั่งยืนระบบการให้คำปรึกษาและตรวจเลือดด้วยความสมัครใจนับเป็นกุญแจสำคัญ (key entry point) ของการดำเนินงานเพราะเป็นจุดคัดกรองและให้ข้อมูลแก่หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเขื้อเพื่อเข้าสู่โครงการ อย่างไรก็ตามจากการสำรวจข้อมูลรายละเอียดวิธีการดำเนินงาน ต้นทุนและผลลัพธ์ในกิจกรรมหลักได้แก่ การให้คำปรึกษาและตรวจเลือด การให้ยาต้านไวรัส และการให้นมผงทดแทนนมมารดา ด้วยแบบสำรวจในช่วงเดือนมีนาคมถึงกรกฎาคม ๒๕๔๔ ในพื้นที่ ๑๓ จังหวัดของเขต ๗ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเขต ๑๐ ภาคเหนือตอนบน พบว่า ยังมีข้อพิจารณาสำคัญสำหรับพัฒนาการดำเนินงานให้มีประสิทธิผลดีขึ้นได้แก่ ๑)การทำมาตรฐานการตรวจทางห้องปฏิบัติการสำหรับการคัดกรองและการยืนยันกรณีผลเลือดเป็นบวกเพื่อให้สถานพยาบาลต่างๆปฏิบัติตามอย่างถูกต้องซึ่งจะช่วยลดปัญหาการตรวจซ้ำซ้อน สิ้นเปลือง และรายงานผลต่ำกว่ามาตรฐาน ๒) การพิจารณาลดจำนวนครั้งของการให้คำปรึกษาและตรวจเลือดลงให้เหลือเพียงครั้งเดียวเมื่อเริ่มต้นฝากครรภ์ซึ่งจะช่วยลดงบประมาณของการดำเนินงานได้มากและทำให้ภาระงานของผู้ให้คำปรึกษาลดลง จากนั้นให้คำปรึกษาและตรวจครั้งที่สองเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเท่านั้น ๓) พัฒนาระบบการให้คำปรึกษาและตรวจเลือดให้ดีขึ้นโดยเน้นการให้คำปรึกษาเพื่อป้องกันแก่กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และสามีที่มีผลเลือดเป็นลบ โดยเปิดโอกาสให้คู่สมรสมีส่วนร่วม ๔) เพิ่มการป้องกันในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อด้วยยาต้านไวรัสซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ร้อยละ ๗๔ ให้ครอบคลุมมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มอัตราการคงอยู่ในโครงการฯสุทธิ (net enrollment rate) จากปัจจุบันเพียงร้อยละ ๕๖ ๕) ขยายการป้องกันในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อที่ไม่มาฝากครรภ์และมีผลเลือดบวกเมื่อมาคลอด หรือกลุ่มที่ปฏิเสธยา AZT โดยการให้ยา Nevirapineen_US
dc.format.extent644799 bytesen_US
dc.format.mimetypeapplication/pdfen_US
dc.language.isothen_US
dc.publisherสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศen_US
dc.rightsสำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศen_US
dc.subjectโรคเอดส์en_US
dc.titleการป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก: บทเรียนจากพื้นที่เพื่อการปรับนโยบายen_US
dc.typeArticleen_US
dc.subject.keywordเอชไอวีen_US
dc.subject.keywordแม่สู่ลูกen_US
dc.subject.keywordการป้องกันen_US
dc.subject.keywordการถ่ายทอดen_US
.custom.citationยศ ตีระวัฒนานนท์, ศิริพร กัญชนะ, วิโรจน์ ตั้งเจริญเสถียร, พรสิณี อมรวิเชษฐ์ and บวร งามศิริอุดม. "การป้องกันการถ่ายทอดเชื้อเอชไอวีจากแม่สู่ลูก: บทเรียนจากพื้นที่เพื่อการปรับนโยบาย." 2545. <a href="http://hdl.handle.net/11228/429">http://hdl.handle.net/11228/429</a>.
.custom.total_download636
.custom.downloaded_today0
.custom.downloaded_this_month5
.custom.downloaded_this_year50
.custom.downloaded_fiscal_year71

Fulltext
Icon
Name: 2002_DMJ30_การป้อ ...
Size: 629.6Kb
Format: PDF
 

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record