Show simple item record

A study of health assembly procedure in Thailand : National and provincial Health assemblies 2002

dc.contributor.authorสุวจี กู๊ดen_US
dc.contributor.authorSuvajee Gooden_US
dc.contributor.authorจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิทยาลัยการสาธารณสุขen_US
dc.contributor.authorChulalongkorn University. Public Health Collegeen_US
dc.coverage.spatialthen_US
dc.date.accessioned2008-12-04T05:21:38Zen_US
dc.date.accessioned2557-04-17T00:39:44Z
dc.date.available2008-12-04T05:21:38Zen_US
dc.date.available2557-04-17T00:39:44Z
dc.date.issued2002en_US
dc.identifier.otherhs0998en-EN
dc.identifier.urihttp://hdl.handle.net/11228/1722en_US
dc.description.abstractชื่องานวิจัย โครงการศึกษากระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพระดับจังหวัดและสมัชชาสุขภาพ แห่งชาติ พ.ศ. 2545ผู้วิจัย สุวจี กู๊ดแหล่งทุน สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขปีที่พิมพ์ [2545]บทคัดย่อการจัดสมัชชาสุขภาพเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการเพื่อการปฏิรูประบบสุขภาพ อันเป็น กระบวนการให้ประชาชนทั่วไปมีสวนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การร่างพระราชบัญญัติ สุขภาพ ซึ่งถือว่าเป็นธรรมนูญสุขภาพของประเทศไทยตามแนวคิดและอุดมการณ์ใหม่ของการปฏิรูปสุขภาพที่มีความมุ่งหวังให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างสุขภาพ เป็นร่วมกันวางสิทธิ บทบาท กลไกการทำงานและกรอบแนวทางการดำเนินการเพื่อสร้างสุขภาวะแก่คนในสังคม การศึกษากระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการศึกษากระบวนการปฏิรูประบบสุขภาพ ที่พยายามจะบันทึกกระบวนการดำเนินการเพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการระดม ความคิดเห็นเพื่อการร่างและแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติสุขภาพ ทั้งในระดับจังหวัดและในสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ งานศึกษาฉบับนี้เป็นการศึกษาโดยใช้การเก็บบันทึกการดำเนินการบนเวทีการจัดสมัชชาทั้งสองระดับ โดยใช้การศึกษาแบบชาติพรรณวรรณา (ethnography) ซึ่งเป็นการบันทึก รายละเอียดของพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในบริบทของการประชุมสมัชชา ประกอบกับการบันทึกวีดีโอเทป (สำหรับสมัชชาแห่งชาติ) การบันทึกรวบรวมข้อมูลดังกล่าว เนื่องจาการจัดรูปแบบการประชุมแบบสมัชชาที่มีความหลากหลายของผู้เข้าร่วมประชุมเพื่อระดมความคิดเห็น และเป็นเวทีเรียนรู้ร่วมกันระหว่างประชาชนยังไม่เป็นที่แพรหลายโดยเฉพาะในการเข้ามามีส่วนร่วมในการร่างแนวคิด กรอบอุดมการณ์และการยกร่างกฎหมายร่วมกันจากการศึกษาพบว่า การจัดประชุมเวทีสมัชชาสุขภาพระดับจังหวัดส่วนใหญ่มีรูปแบบ การประชุมแบบเป็นทางการ ที่มีทั้งประชุมแบบห้องประชุมใหญ่ มีการจัดผู้ดำเนินรายการการอภิปรายรวม และการจัดประชุมกลุ่มย่อย ซึ่งต่างมีข้อได้เปรียบและเสียเปรียบในการรับฟังความคิดเห็นจาก ผู้เข้าร่วมประชุม ขึ้นอยู่กับบริบทของผู้เข้าร่วมประชุม โดยเฉพาะในกรณีขงอผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นชาวบ้านในชนบทห่างไกล ไม่คุ้นเคยกับการประชุมแบบเป็นทางการ นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับผู้ดำเนินรายการ ขั้นตอนการดำเนินการบรรยากาศของการประชุมกับสถานที่ ที่เลือกจัดเวทีสมัชชาสุขภาพ เนื่องจากประชาชนในแต่ละกลุ่มภูมิภาคมีวัฒนธรรมของการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะที่ต่างกัน มีการแสดงออกที่ต่างกัน ซึ่งน่าจะมีการนำไปศึกษาในรายละเอียดของแต่ละพื้นที่อีกต่อไปเพื่อการ จัดการที่เหมาะสมกับสภาพของท้องถิ่น การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นของภาคประชาชนในการจัดสมัชชาในระดับท้องถิ่นยังมีข้อจำกัดอยู่หลายพื้นที่ แต่ในบางพื้นที่ที่ผู้ดำเนินการและคณะทำงานมีความเชี่ยวชาญและคุ้นเคยกับคนในท้องถิ่น ประกอบกับมีความไวต่อวัฒนธรรมท้องถิ่น การดำเนินการเป็นไปในลักษณะที่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชนเป็นอย่างดี พร้อมกับมีความสำเร็จในการสร้างพลังประชาชน เช่นจังหวัดกาฬสินธุ์และสงขลาจากความหลากหลายในการจัดเวทีระดับพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ รูปแบบบางอย่างของการจัดเวทีได้ถูกนำมาแสดงในเวทีสมัชชาระดับชาติผสมผสานกันระหว่างการแสดงเป็นนิทรรศการ การแสดง การประกอบกิจกรรมที่เป็นพิธีกรรม ที่รวมเป็นลานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ในกรณีนี้ มีกระบวนการจัดการที่ซับซ้อนและอยู่ในระดับมหาภาคที่ต้องรองรับความหลากหลายของผู้เข้าร่วมประชุมในเวที ประกอบกับมีความหลากหลายในการพิจารณาเนื้อหาสาระในประเด็นต่างๆ ของร่างพระราชบัญญัติ กระบวนการจัดสมัชชาจึงมีลักษณะที่แบ่งออกเป็นสองส่วนคือ ในส่วนของการสร้างพลังประชาชนในเวทีใหญ่และลานสมัชชา และในส่วนของการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติในแต่ละหมวดและมาตรา ซึ่งแบ่งออกเป็น 8 ห้องย่อย โดยที่แต่ละห้องย่อยมีกระบวนการจัดการที่แตกต่างกันตามการพิจารณาของคณะทำงานที่รับผิดชอบดำเนินการในแต่ละประเด็น กระบวนการจัดเวทีสมัชชาในห้องประชุมใหญ่แสดงให้เห็นความพยายามสร้างความเข้าใจร่วมกันในการเข้ามาแสดงความคิดเห็น และการสร้างพลังเพื่อสันบสนุนร่างพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ ในกระบวนการในห้องสมุดใหญ่จะเน้น ให้ความสำคัญกับผู้เข้าร่วมประชุมที่มีความหลากหลายในสถานภาพและความหลากหลายทาง วัฒนธรรม ดังความเห็นได้ว่ามีการใช้ภาษาที่สื่อสารเป็นภาษากลางและภาษาท้องถิ่น รวมทั้งภาษามือ กรแสดงบนเวทีก็ใช้การผสมผสานวัฒนธรรมต่างๆ ไว้ด้วยกัน ส่วนการจัดการเวทีสมัชชาเฉพาะประเด็นในห้องย่อยมีกระบวนการการจัดการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบของผู้ดำเนินรายการ ผู้เข้าร่วมประชุม การจัดสถานที่ การสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วมและเนื้อหาของการพิจารณา ผู้เข้าร่วมสมัชชาสามารถเลือกที่จะร่วมพิจารณาในแต่ละประเด็นตามความสนใจของตนเอง หรือของกลุ่มองค์กร และเครือข่ายที่แต่ละบุคคลเป็นสมาชิก ผู้เข้าร่วมสมัชชาบางกลุ่มบางท่านเข้าร่วมเวทีในหลายประเด็นด้วยกัน การจัดการย่อมมีควมลำบากในการรองรับความหลากหลายและพลวัตรของการเข้าร่วมประชุม ซึ่งจะเห็นได้ว่า การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการพิจารณาประเด็นต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ในบางประการ ในขณะเดียวกันการจัดการในหลายๆ ห้องย่อยยังมีปัญหาและอุปสรรคในหลายมิติด้วยกัน ปัญหาและอุปสรรคที่เป็นที่น่าห่วงใยในเวทีสมัชชาลัษณะนี้เป็นปัญหาในการทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นต่อร่างพระราชบัญญัติได้อย่างเหมาะสมประเด็นบางประเด็นเป็นเรื่องยากที่ผู้เข้าร่วมเวทีสามารถแสดงออกได้ในเวลาจำกัดที่และในบรรยากาศที่เป็นทางการ ประเด็นเหล่านี้อาจถูกละเลยไปจากการเข้าร่วมเวทีข้อสังเกตุที่พบคือ เวทีของการแสดงความคิดเห็นในลักษณะสมัชชาทั้งระดับจังหวัดและระดับชาติ เน้นไปที่การสื่อสารด้วยคำพูด (และการใช้ภาษาพูด) ที่แสดงความคิดของผู้เข้าร่วมเวที ซึ่งมีทั้งข้อเด่นและข้อจำกัดในตัวเอง การแสดงความคิดเหห็นในการเขียน โดยการติดสติกเกอร์และรูปแบบอื่นๆ ยังได้รับความสนใจหรือเน้นย้ำค่อนข้างน้อย นอกจากนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดสมัชชาเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันโดยผ่านเวทีสมัชชายังเป็ยสิ่งที่ท้าทายคณะทำงาน ผู้จัดการดำเนินการ และสำหรับวิทยากรกระบวนการทุกฝ่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อมาสู่เวทีสมัชชาระดับชาติ บางจังหวัด และบางกลุ่มย่อย ที่มีการเปิดประเด็นเกี่ยวกับประสบการณ์ของประชาชนต่อระบบสุขภาพ และกระบวนการดูแล สุขภาพและชีวิตของตนเอง พบว่าบรรยากาศของการเรียนรู้ร่วมกันเกิดขึ้น ซึ่งนำไปสู่การสร้างเครือข่ายภาครประชาชนร่วมกันซึ่วงนับว่าเป็นอีกบริบทหนึ่งของความสำเร็จที่เกิดจากเวทีสมัชขชาในลักษณะดังกล่าวข้อจำกัดของการวิจัยครั้งนี้ อยู่ที่การไม่สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการดำเนินการตั้งแต่เริ่มแรก และภายหลังการจัดสมัชชาทำให้ไม่สามารถศึกษาลึกไปถึงเหตุผลของการจัดกระบวนการในลักษณะต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับชาติ ผู้วิจัยและทีมผู้สังเกตการณ์สามารถศึกษาและบันทึกได้เพียงแต่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในเวที ประกอบกับการสัมภาษณ์ผู้เข้าร่วมเวทีและ ผู้จัดการเวทีในแต่ละกลุ่มย่อยในวันที่มีการจัดสมัชชาดังกล่าวเท่านั้น นอกจากนี้การดำเนินการให้มีการศึกษากระบวนการครั้งนี้เกิดขึ้นอย้างกระชั้นชิดกับเวลาที่มีการจัดสมัชชา การศึกษาดังกล่าวจึงเป็นเพียงการบันทึกกระบวนการและฉายภาพที่ปรากฎเป็นเบื้องต้นประกอบกับมีความพยายามที่จะแสดงให้เห็นว่ารูปแบบการจัดกระบวนการดังกล่าวสะท้อนแนวคิด ปรัชญาและทฤษฎีที่แตกต่างกัน เพื่อประโยชน์ต่อการนำไปพิจารณาในการดำเนินการจัดสมัชชาต่อไป โดยไม่ถือว่ารายงานนี้เป็นการประเมินการทำงานของคณะทำงานใดคณะหนึ่งen_US
dc.description.sponsorshipสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขen_US
dc.format.extent1296508 bytesen_US
dc.format.mimetypeapplication/octet-streamen_US
dc.languagethaen_US
dc.language.isoen_USen_US
dc.publisherวิทยาลัยสาธารณสุข, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยen_US
dc.subjectHealth Planning -- 2002 -- Thailanden_US
dc.subjectHealth Policyen_US
dc.subjectPublic Health Administrationen_US
dc.subjectThailanden_US
dc.subjectการปฏิรูประบบสุขภาพen_US
dc.subjectอนามัย, การวางแผน -- 2545 -- ไทยen_US
dc.subjectนโยบายสาธารณสุขen_US
dc.subjectอนามัย, การบริหารen_US
dc.subjectไทยen_US
dc.titleโครงการศึกษากระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพระดับจังหวัดและสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545en_US
dc.title.alternativeA study of health assembly procedure in Thailand : National and provincial Health assemblies 2002en_US
dc.description.abstractalternativeResearch Title A Study of Health Assembly Procedure in Thailand: National and Provincial Health Assemblies 2002Researcher Suvajee GoodFunding Health Systems Research InstituteYear [2002]AbstractHealth assembly is one of a mechanism in the process of Thai Health “System”Reform which is an ambitious movement for total change of Thai health system fromideology to practices; from individual, community, and professional levels, to national level. Assembly is a new mechanism for public participation Thailand. This mechanism aims to bring multi-sectoral cooperation to promote new health system that emphasizes prevention rather than curative health where by the term ‘health’ was defined in a broader term included various aspects of well-being which beyond the realm of medicine. First movement of the health system reform is to launch the “National Health Bill,” that will be a new Thai health constitution, a guarantee for new health system to exist and maintain people participation. The National Health Reform Committee and the National Health System Reform Office, thus, form an ad-hoc committee to mobilize and organize health assemblies in almost 500 districts, 75 provinces, and one national assembly. The ideology behind organizing health assembly is to consider these assemblies as “social innovation” for people participation in the policy making and legislation procedure. Therefore, each sub-committee at all level is allowed to create different procedures to make people participated in this law making procedure as much as possible. The procedures are expected to be acceptable to local cultures and settings. The assemblies, thus, need not be formal, or totally informal; whatever types or forms of social gathering for this purpose is achieved there would be lesson learn to other assemblies that followed. Thus, the provincial health assemblies were organized according to local setting, which in turn gave lesson to the national health assembly. Every procedure is differed depend upon various factors. This study, therefore aims to document and analyze the procedures of the assemblies to see what the primary forces that bringing people participations in different kind of settings. It also aims at understanding the whole picture of people interaction in different kind of stage arrangements. This report also analyze the procedures of health assemblies as a form of social process that scrutinize, on the one hand, instrumental components of social transaction, environment, and tools for interactions; and expressive components of social transaction, emotional reaction, symbolic representation, and exchange of ideas and knowledge. The result of this study revealed numbers of factors influencing people participation in the assemblies, particularly the components of multi-sectoral participants which was a challenge to organizers; the nature of moderators and the dynamic of interactions which could enhance or became a barrier for people participation at the same time; the matter of the contents of the discussion which could bring cooperative or protesting atmosphere; and the formats of the meeting which create a pressures or accommodating nature for participation. On the other hand, this research also found that the assembly (particularly national health assembly), reveal a set of political procedure resemble of neo-communitarianism which emphasize on public/civic engagement of an eclectic group of participants. Even though, health is an agreeable subjects that people could easily accepted the ideas of change for the good will of people, health assemblies, emphasize communicative culture of formal talk and discussion with specific set of rules, people who are not familiar with the procedures could found a resistant to some of the subjects discussed by persons of different background. This study is only able to reflect what had happened at the front stage of communication which left the back stage of communication untouched, and to be further study with cooperation of those who organized the assemblies in the future.en_US
dc.identifier.callnoWA540.JT3 ส877ค [2545]en_US
dc.identifier.contactno45ค084en_US
dc.subject.keywordHealth Assembly Procedure in Thailanden_US
dc.subject.keywordProvincial Health Assemblyen_US
dc.subject.keywordNational Health Assemblyen_US
dc.subject.keywordNational Acten_US
dc.subject.keywordกระบวนการสมัชชาen_US
dc.subject.keywordการจัดสมัชชาสุขภาพระดับจังหวัดen_US
dc.subject.keywordการจัดสมัชชาสุขภาพระดับชาติen_US
dc.subject.keywordร่างพระราชบัญญัติสุขภาพen_US
.custom.citationสุวจี กู๊ด, Suvajee Good, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. วิทยาลัยการสาธารณสุข and Chulalongkorn University. Public Health College. "โครงการศึกษากระบวนการจัดสมัชชาสุขภาพระดับจังหวัดและสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2545." 2002. <a href="http://hdl.handle.net/11228/1722">http://hdl.handle.net/11228/1722</a>.
.custom.total_download69

Fulltext
Icon
Name: hs0998.pdf
Size: 1.084Mb
Format: PDF
 

This item appears in the following Collection(s)

Show simple item record