• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

การขยายบทบาทงานบริการปฐมภูมิของร้านยาภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2567-2568

อรอนงค์ วลีขจรเลิศ; On-anong Waleekhachonloet; ธนนรรจ์ รัตนโชติพานิช; Thananan Rattanachotphanit; ณัฐวัฒน์ ตีระวัฒนพงษ์; Nattawat Teerawattanapong; สุวรรณา ภัทรเบญจพล; Suwanna Phattarabenjapol; เชิดชัย สุนทรภาส; Cheardchai Soontornpas; กุสาวดี เมลืองนนท์; Kusawadee Maluangnon; ตวงรัตน์ โพธะ; Tuangrat Phodha; ศรวณีย์ อวนศรี; Sonvanee Uansri;
วันที่: 2569-01
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบทบาท ความพร้อม อุปสรรค และโอกาสของร้านยาในการให้บริการตรวจคัดกรองด้วยตนเอง (self-test) และบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค (PP) ภายใต้การกำกับของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งได้ขยายสิทธิประโยชน์ให้ประชาชนทุกสิทธิสามารถเข้ารับบริการดังกล่าวที่ร้านยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสาน โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณปีงบประมาณ 2567–2568 ผลการสำรวจประชาชน 1,021 ราย การสำรวจเภสัชกรร้านยา 400 ราย การสำรวจกลุ่มเสี่ยง 452 ราย และการสัมภาษณ์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วน ผลการศึกษา พบว่าปริมาณบริการส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ยกเว้น OV-ATK ซึ่งมีอัตราเติบโตสูง ขณะที่บริการ HPV test ยังมีผู้รับบริการในระดับต่ำและมีความแตกต่างระหว่างเขตอย่างชัดเจน ประชาชนให้ความสนใจ self-test มากขึ้นหากมีการสนับสนุนค่าใช้จ่าย แต่การรับรู้สิทธิประโยชน์ที่ร้านยายังอยู่ในระดับต่ำ (<35%) และประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถระบุร้านยาที่ให้บริการได้ ด้านบริการ PP ประชาชนยังคงนิยมรับบริการผ่านโรงพยาบาลเป็นหลัก ร้านยา หน่วยบริการสุขภาพ และองค์กรวิชาชีพสะท้อนอุปสรรคสำคัญ ได้แก่ ขั้นตอนการให้บริการที่ซับซ้อน ระบบยืนยันตัวตนที่สร้างความกังวล ความไม่เสถียรของระบบเทคโนโลยี และโครงสร้างค่าตอบแทนที่ไม่สอดคล้องกับภาระงานจริง ขณะที่เภสัชกรมีความรู้เพียงพอในบางชุดตรวจ เช่น OV-ATK แต่ยังต้องการพัฒนาความรู้ชุดตรวจอื่น ๆ สำหรับบริการที่มีความเร่งด่วน เช่น PrEP/PEP ร้านยามีศักยภาพเพิ่มการเข้าถึงบริการ แต่จำเป็นต้องเริ่มในรูปแบบนำร่องร่วมกับเครือข่าย NGO ห้องปฏิบัติการ และโรงพยาบาล ภายใต้ระบบข้อมูลและเส้นทางการส่งต่อที่ชัดเจน องค์กรวิชาชีพมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนร้านยาให้เข้าร่วมเป็นเครือข่ายบริการภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ผ่านการกำหนดมาตรฐาน การพัฒนาศักยภาพเภสัชกร การจัดทำหลักฐานเชิงประจักษ์ และการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อยกระดับคุณภาพบริการ อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคด้านโครงสร้าง ระบบสนับสนุน และแรงจูงใจที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข การประเมินผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน (Social Return on Investment: SROI) พบว่าโครงการวิจัยนี้มีความคุ้มค่าเชิงสังคมสูง (SROI = 5.71) การศึกษานี้พบว่าร้านยามีศักยภาพในการเป็นช่องทางให้บริการตรวจคัดกรองด้วยตนเองและบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ในบริบทปัจจุบัน ร้านยายังคงทำหน้าที่เป็นช่องทางเสริมมากกว่าช่องทางหลักของระบบบริการ การขยายบทบาทของร้านยาให้เกิดผลในระดับระบบ จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กันทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน โดยเพิ่มการสื่อสารสิทธิที่ชัดเจน ออกแบบสิทธิประโยชน์ให้ตอบโจทย์ และปรับโครงสร้างค่าตอบแทน ระบบข้อมูล และมาตรฐานการให้บริการให้ปฏิบัติได้จริง ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายส่งต่อและระบบกำกับติดตาม หากคงนโยบายไว้ ควรเร่งขับเคลื่อนมาตรการเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบและประเมินผลตามกรอบ RE-AIM (Reach (การเข้าถึง), Effectiveness (ประสิทธิผล), Adoption (การยอมรับ), Implementation (การนำไปใช้) และ Maintenance (การบำรุงรักษา)) และ SROI อย่างต่อเนื่อง ขณะที่กรณียุตินโยบาย ควรกำหนดแผนถอนนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป พร้อมติดตามผลกระทบต่อการเข้าถึง ความเหลื่อมล้ำ และภาระของหน่วยบริการหลัก เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการทบทวนนโยบายในอนาคต การศึกษาพบว่าร้านยามีศักยภาพเป็นช่องทางเสริมในการให้บริการตรวจคัดกรองด้วยตนเองและบริการส่งเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและวัยเจริญพันธุ์ การขยายบทบาทในระดับระบบจำเป็นต้องดำเนินควบคู่ทั้งด้านอุปสงค์และอุปทาน ผ่านการสื่อสารสิทธิที่ชัดเจน การออกแบบสิทธิประโยชน์ โครงสร้างค่าตอบแทน ระบบข้อมูล และมาตรฐานบริการที่ปฏิบัติได้จริง ควบคู่กับเครือข่ายส่งต่อและระบบติดตามประเมินผล

บทคัดย่อ
This study aimed to assess the roles, readiness, barriers, and opportunities of community pharmacies in providing self-testing services and health promotion and prevention (PP) services under the oversight of the National Health Security Office (NHSO). Since 2023, the NHSO has expanded benefit packages, allowing all insured populations to access these services at community pharmacies. A mixed-methods approach was employed, including analysis of quantitative data from fiscal years 2024–2025, surveys of 1,021 members of the public, 400 community pharmacists, and 452 individuals from key populations, as well as indepth interviews with multiple stakeholders. The results showed that overall service utilization changed only slightly, except for OV-ATK, which demonstrated rapid growth. In contrast, HPV testing uptake remained low and varied markedly across health regions. Public interest in pharmacy-based self-testing increased when cost subsidies were provided; however, awareness of pharmacy-based entitlements remained low (<35%), and most respondents were unable to identify participating pharmacies. For PP services, hospitals were the preferred service providers. Major barriers reported by pharmacies, health service providers, and professional organizations included complex service procedures, concerns related to identity verification, unstable digital systems, and reimbursement structures that did not adequately reflect actual workload. Pharmacists demonstrated adequate knowledge for certain test kits, such as OV-ATK, but required further capacity building for other tests and time-sensitive services, including PrEP and PEP. While community pharmacies have the potential to improve access to such services, implementation should begin through pilot models in collaboration with NGOs, laboratories, and hospitals, supported by clear data systems and referral pathways. Professional organizations play a critical role in supporting pharmacy participation through standard setting, capacity development, evidence generation, and technology integration; however, structural, system-level, and incentive-related barriers remain. The social return on investment (SROI) analysis indicated high social value (SROI = 5.71). Overall, community pharmacies have significant potential as a complementary channel for self-testing and PP services, particularly for working-age and reproductive-age populations. Nevertheless, system-level scale-up requires coordinated demand- and supply-side measures, including effective rights communication, appropriate benefit design, reimbursement reform, streamlined data systems, practical service standards, referral networks, and robust monitoring and evaluation. If the policy is maintained, structural reforms should be accelerated and continuously evaluated using the RE-AIM framework and SROI. If discontinued, a gradual exit strategy should be implemented, accompanied by systematic assessment of impacts on access, equity, and the workload of core health service providers to inform future policy reassessment.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3346.pdf
ขนาด: 6.467Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2547]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • การสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อจัดทำข้อเสนอ การปฎิรูประบบบริการสุขภาพ และการสร้างหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย 

    วรรณภา ศรีธัญรัตน์; Wannapa Srithanyarat; ผ่องพรรณ อรุณแสง; อัมพร เจริญชัย; สุจิตรา ลิ้มอำนวยลาภ; กัลยา พัฒนศรี (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2545)
    เอกสารนี้นำเสนอผลการสังเคราะห์องค์ความรู้ เพื่อจัดทำข้อเสนอการปฏิรูประบบบริการสุขภาพและการสร้างหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย ในกระบวนการสังเคราะห์ได้มีการศึกษาวิเคราะห์การดำเนินงานด้านระบบบริการสุขภาพและหลักประกันส ...
  • การประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ต่อกลุ่มทอผ้าพื้นบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

    เกษราวัลณ์ นิลวรางกูร; Ketsarawan Nlilwarangkul; จรัญญา วงษ์พรหม; ชลิดา ธนัฐธีรกุล; สุมน ปิ่นเจริญ; Charunnya Wongphom; Chalida Tanutteerakul; Sumon Pincharoen (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2547)
    นโยบายหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นนโยบายที่ถูกกำหนดเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของประชาชนในท้องถิ่น การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาขอบเขตของนโยบายและการกระตุ้นการพัฒนาของนโยบายต่อกลุ่มทอผ้าพื้นบ้าน ...
  • เคล็ดไม่ลับ R2R : บริบทโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป/ชุมชน 

    วิจารณ์ พานิช; พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข; จรวยพร ศรีศศลักษณ์; สรชัย จำเนียรดำรงการ; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (แผนงานพัฒนาเครือข่ายวิจัยในรูปแบบงานวิจัยจากงานประจำสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2552-07)
    ภายในเวลา 5 ปี ที่ R2R งอกงามขึ้นที่ศิริราช บัดนี้ R2R ได้แพร่ขยายออกไปทั่วประเทศไทย ในหน่วยงานด้านสุขภาพ ภายใต้การจัดการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่หลากหลาย กระบวนการขับเคลื่อนไปสู่วงการสา ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [640]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [102]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [292]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [129]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [163]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1337]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [234]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [22]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV