• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

ประเมินประสิทธิผลของการรักษาเบาหวานเพื่อให้โรคสงบด้วยชุดโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตเปรียบเทียบกับการรักษาแบบมาตรฐานในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ไม่ต้องการอินซูลินในระยะ 6 เดือนภายหลังการรักษา

ธนะวัฒน์ วงศ์ผัน; Thanawat Wongphan; อาภัสรี บัวประดิษฐ์; Arpasree Buapradit; สิรภัทร ตุลาธรรมกิจ; Sirapat Tutatamakit; สิรดา ปงเมืองมูล; Sirada Pongmuangmul; จุไรรัตน์ คงล้อมญาติ; Jurairat Khonglormyati; ปัฐยาวัชร ปรากฎผล; Padthayawad Pragodpol; สุมลฑา โพธิ์สุวรรณ; Sumolta Posuwan; คุณสิริ เสริมศิริโภคา; Khunsiri Sermsiripoca; มาลิณี เอี่ยมคง; Malinee Aimekong; สุทัศน์ รุ่งเรืองหิรัญญา; Suthat Rungruanghiranya; สราวุฒิ สีถาน; Sarawut Sritan;
วันที่: 2569-02
บทคัดย่อ
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 (Type 2 Diabetes) ถือเป็นปัญหาสุขภาพที่มีความสำคัญทั่วโลก สำหรับประเทศไทยปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ พบอุบัติการณ์โรคเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทั้งในด้านภาระค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาพยาบาลและผลิตภาพของประชากรที่สูญเสียไป แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการรักษาโรคเบาหวานด้วยยาที่มีประสิทธิภาพแต่การรักษามาตรฐานยังไม่สามารถนำไปสู่การหายขาดหรือการเข้าสู่ภาวะสงบของโรค (remission) ได้ เวชศาสตร์์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine : LM) จึงเป็นแนวทางการรักษาที่มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างเป็นองค์รวม มีศักยภาพในการนำผู้ป่วยเบาหวานเข้าสู่ภาวะสงบได้ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของชุดโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตเปรียบเทียบกับการรักษาแบบมาตรฐานในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ไม่ต้องใช้อินซูลิน ในระยะเวลา 6 เดือนหลังการรักษา โดยใช้รูปแบบ A multicenter real-world evidence control trial เป็นการศึกษาด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์ด้วยสถานการณ์จริง ทำการศึกษาในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับการวินิจฉัยมาไม่เกิน 6 ปี และมารับบริการที่โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ของเขตสุขภาพที่ 4 ผลการศึกษา การเปรียบเทียบประสิทธิผลของการรักษาเบาหวานเพื่อให้โรคสงบระหว่างกลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับชุดโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตและการรักษาแบบมาตรฐานในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ไม่ต้องการอินซูลิน ในระยะ 6 เดือนภายหลังการรักษา พบว่ามีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นอกจากนี้ยังพบการลดลงของค่าดัชนีมวลกาย (BMI) และค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลง การหยุดยาลดระดับน้ำตาลระหว่างทำการศึกษาในกลุ่มทดลอง แสดงปริมาณการใช้ยาลดระดับน้ำตาลลงได้อย่างชัดเจน อัตราการเข้าสู่ภาวะโรคสงบและอัตราการหยุดยาเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา 6 เดือน โดยมีผู้ป่วยเกือบ 1 ใน 5 ที่สามารถหยุดยาและรักษาระดับน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ Remission ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมในกลุ่มทดลองมีคะแนนคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลุ่มที่ได้รับโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตมีอัตราการเข้าสู่ภาวะโรคสงบสูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (ร้อยละ 15.1 เทียบกับร้อยละ 4, p < 0.001) โดยมีผู้ป่วยที่สามารถหยุดยาลดน้ำตาลได้ 2,511 ราย (ร้อยละ 17) นอกจากนี้ กลุ่มทดลองมีดัชนีมวลกายลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p = 0.002) และมีค่าเฉลี่ย HbA1c อยู่ที่ 6.78 ± 1.22 ด้านคุณภาพชีวิตกลุ่มทดลองมีคะแนน EQ-5Dสูง กว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (0.95 ± 0.10 เทียบกับ 0.90 ± 0.24, p < 0.001) ในส่วนของความปลอดภัย พบว่าค่าการทำงานของไตไม่แตกต่างระหว่างสองกลุ่ม บ่งชี้ว่าโปรแกรมมีความปลอดภัยในการใช้งาน สำหรับผลด้านเศรษฐศาสตร์สุขภาพ โปรแกรมสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านยา 87,604,410 บาท และสร้างผลประโยชน์สุทธิ 68,577,610 บาทต่อปี หรือ 4,287.44 บาทต่อคนต่อปี การศึกษาเชิงคุณภาพเปิดเผยปัจจัยความสำเร็จสามประการหลัก ได้แก่ (1) การเสริมพลังอำนาจให้แก่ผู้ป่วยผ่านแรงจูงใจภายในการประเมินความพร้อมตาม Stages of Change และการสร้างวงจรป้อนกลับโดยการตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (2) การสนับสนุนจากทีมสุขภาพที่เปลี่ยนบทบาทเป็นโค้ช ใช้เทคนิคการสื่อสารเชิงจูงใจ จัดการเรียนรู้แบบไต่ระดับ และให้คำปรึกษาทันเวลาผ่านช่องทางออนไลน์ (3) การดูแลต่อเนื่องในชุมชนโดยอาสาสมัครสาธารณสุขที่ทำหน้าที่เป็นโค้ชประจำชุมชนและต้นแบบ ทั้งหมดนี้ได้รับการสนับสนุนโดยนโยบายและภาวะผู้นำที่ชัดเจนในระดับเขตสุขภาพ ข้อจำกัดของการศึกษา: ระยะเวลาการติดตามเพียง 6 เดือนอาจไม่เพียงพอต่อการประเมินความยั่งยืนของผลลัพธ์ การศึกษาในพื้นที่เขตสุขภาพที่ 4 อาจมีข้อจำกัดด้านความเป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด ผู้ป่วยที่เข้าร่วมโปรแกรมเป็นผู้ที่มีความสมัครใจและผ่านการประเมินความพร้อม และมีตัวแปรแทรกซ้อนในสภาพแวดล้อมจริงที่ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด สรุปและข้อเสนอแนะ: ชุดโปรแกรมเวชศาสตร์วิถีชีวิตมีประสิทธิผลสูงกว่าการรักษาแบบมาตรฐานในการนำผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เข้าสู่ภาวะโรคสงบ มีความปลอดภัย ปรับปรุงคุณภาพชีวิต และคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ ความสำเร็จเกิดจากการบูรณาการระหว่างการเสริมพลังอำนาจผู้ป่วย การสนับสนุนจากทีมสุขภาพ และการดูแลต่อเนื่องในชุมชน แนวทางนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระบบบริการสุขภาพไทยได้จริงและมีศักยภาพในการลดภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของประเทศในระยะยาว ควรมีการขยายผลสู่ทุกเขตสุขภาพ ยกระดับเป็นนโยบายระดับชาติ และมีการศึกษาติดตามผลในระยะยาว 1-5 ปี เพื่อยืนยันความยั่งยืนของผลลัพธ์

บทคัดย่อ
Background: Type 2 diabetes mellitus (T2DM) represents a significant global health burden, with rising incidence rates in Thailand and substantial economic consequences including escalated healthcare expenditures and reduced workforce productivity. Despite the efficacy of current pharmacological interventions in glycemic control, conventional treatment modalities have not achieved disease remission. Objective: This study evaluated the effectiveness of a comprehensive Lifestyle Medicine (LM) intervention program—emphasizing integrated lifestyle modification— in inducing remission among non-insulin-dependent T2DM patients compared to standard care over a six-month period. Methods: A multi-center, real-world evidence-controlled trial was conducted among patients with T2DM (diagnosed within the past six years) receiving care at Ministry of Public Health hospitals in Thailand's Health Region 4. The study compared remission rates and clinical outcomes between participants receiving the LM intervention and those receiving standard care. Results: The LM intervention achieved significantly higher remission rates than control (15.1% vs. 4.0%, p < 0.001). Among 2,511 participants (17%), glucose-lowering medications were successfully discontinued. The intervention group demonstrated significant reductions in body mass index (p = 0.002) with mean HbA1c of 6.78 ± 1.22 and superior quality of life scores (EQ-5D: 0.95 ± 0.10 vs. 0.90 ± 0.24, p < 0.001). Renal function remained comparable between groups, confirming program safety. Economic analysis revealed medication cost reductions of 87,604,410 THB with net annual economic benefits of 68,577,610 THB (4,287.44 THB per person per year). Key Success Factors: (1) Patient empowerment through intrinsic motivation and self-monitoring; (2) Healthcare team support utilizing motivational coaching and timely counseling; and (3) Community-based sustained care facilitated by village health volunteers, supported by regional health leadership. Limitations: The six-month follow-up period may insufficient to assess longterm sustainability. Generalizability is limited to Health Region 4 and self-selected participants. Certain real-world confounding variables could not be fully controlled. Conclusions: The Lifestyle Medicine program demonstrated superior effectiveness to standard care in achieving T2DM remission while maintaining safety, improving quality of life, and demonstrating cost-effectiveness. Integration of patient empowerment, healthcare team support, and community-based care proved essential to success. This model is implementable within Thailand's health service system and offers substantial potential for reducing the national burden of non-communicable diseases. Recommendations include nationwide expansion, integration into national health policy, and long-term follow-up studies (1–5 years) to establish outcome sustainability.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3365.pdf
ขนาด: 5.881Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2557]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • โรคเบาหวาน ภาวะก่อนเบาหวาน และการควบคุมจัดการผู้ป่วยเบาหวานคนไทย พ.ศ. 2547 

    วีระยุทธ ชัยพรสุไพศาล; Weerayuth Chaipornsupaisan; วิชัย เอกพลากร; Wichai Aekplakorn; อมร เปรมกมล; Amorn Premgamone; บดี ธนะมั่น; Bodi Thanamun; เฉลิมชัย ชัยกิตติพร; Chalermchai Chaikittiporn; วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์; Virasak Chongsuvivatwong; ธนารักษ์ สุวรรณประพิศ; Thanarak Suwanprapisa; ศิริวัฒน์ ทิพย์ธราดล; Siriwat Tiptaradol (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2550)
    การศึกษานี้เพื่อสำรวจความชุกของโรคเบาหวาน, ภาวะก่อนเบาหวาน, โรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง โรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยเบาหวาน เช่น โรคความดันโลหิตสูง, ภาวะเลือดมีไขมันมากเกิน, รวมถึงปัญหาการวินิจฉัยโรค และการควบคุมดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ...
  • ความชุกและปัจจัยที่มีผลต่อความล้มเหลวในการบริหารยาเบาหวานของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 

    นีลนาถ เจ๊ะยอ; Neelanad Cheyoe (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2558-03)
    การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อหาความชุกและปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความล้มเหลวในการบริหารยาเบาหวานของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งมารับบริการที่คลินิกเบาหวาน โรงพยาบาลหนองจิก จังหวัดปัตตานี ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2556 ...
  • การประยุกต์คะแนนความเสี่ยงโรคเบาหวานสำหรับคนไทยสู่การวิเคราะห์ต้นทุน - ประสิทธิผลของการป้องกันปฐมภูมิกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินสุลิน อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม 

    มนู ชัยวงศ์โรจน์; Manu Chaiwongroj; ขวัญดาว พันธ์หมุด; Kwandao Punhmud; อเนก ทนงหาญ; Anek Thanonghan; พิมพ์วลัญช์ พึ่งผาสุก; Pimwalaun Pungphaasuk; ณัฐพล ผลโยน; Nuttaphon Ponyon (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2551)
    การวิจัยแบบกึ่งทดลองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาต้นทุน ประสิทธิผลของการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดไม่พึ่งอินสุลินในกลุ่มเสี่ยงเบาหวานโดยประยุกต์ใช้คะแนนความเสี่ยงโรคเบาหวานสำหรับคนไทยวัดประสิทธิผล ประชากรศึกษาคือกลุ ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [644]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [102]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [292]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [129]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [164]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1345]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [235]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV