• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

การประเมินความคุ้มค่าด้วยวิธี Distributional Cost-Effectiveness Analysis (DCEA) ระยะที่ 2

วรรณฤดี อิสรานุวัฒน์ชัย; Wanrudee Isaranuwatchai; ชิตวรรณ พูนศิริ; Chittawan Poonsiri; สุทธวีร์ โรจนศิริวณิชย์; Suttavee Rojanasirivanit; ภิชารีย์ กรุณายาวงศ์; Picharee Karunayawong; ปฤษฐพร กิ่งแก้ว; Pritaporn Kingkaew;
วันที่: 2569-04
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้ประยุกต์ใช้กรอบการวิเคราะห์ต้นทุน-ประสิทธิผลเชิงกระจาย (Distributional Cost-Effectiveness Analysis: DCEA) กับนโยบายการบำบัดทดแทนไตของประเทศไทย ซึ่งถือเป็นการดำเนินการศึกษาความคุ้มค่าในรูปแบบ DCEA ครั้งแรกของประเทศไทย การศึกษานี้ เปรียบเทียบระหว่างการล้างไตทางช่องท้อง (Peritoneal Dialysis: PD) และการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (Hemodialysis: HD) เพื่อทบทวนนโยบาย “PD First” ของประเทศไทย ซึ่งเริ่มดำเนินการในปี พ.ศ. 2550 ภายใต้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (Universal Coverage Schemes: UCS) โดยให้น้ำหนักความสำคัญกับการเข้าถึงบริการ PD สำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (End-Stage Renal Disease: ESRD) เนื่องจากการศึกษาก่อนหน้านี้มุ่งเน้นเฉพาะประเด็นต้นทุนประสิทธิผล แต่การศึกษาครั้งนี้ได้ผนวกมิติของ “ความเสมอภาค” (equity) เข้าไว้ด้วย เพื่อแสดงให้เห็นว่าการคำนึงถึงความเสมอภาคสามารถส่งผลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านสุขภาพได้อย่างไร คณะผู้วิจัย อ้างอิงจากการประเมินความคุ้มค่า (cost-utility analysis: CUA) เดิมในปี พ.ศ. 2550 การศึกษานี้เปรียบเทียบระหว่าง PD และ HD จากมุมมองของสังคม ภายใต้สมมติฐานฐานว่า “ต้นทุน ผลลัพธ์ (อัตราการรอดชีวิตและปีสุขภาวะ (Quality-adjusted life year (QALY))” และอัตราการเข้าถึงบริการ มีค่าเท่ากันในทุกกลุ่มความมั่งคั่งในแต่ละควินไทล์ (wealth quintiles) นอกจากนี้ คณะผู้วิจัยดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์จำลอง (scenario analyses) เพื่อสำรวจผลกระทบจากความแตกต่างด้านอัตราการเสียชีวิตและการเข้าถึงบริการในแต่ละควินไทล์ โดยมีการรักษาแบบประคับประคองเป็นกลุ่มเปรียบเทียบซึ่งสะท้อนแนวทางที่ใช้ในการศึกษาครั้งก่อน ผลการศึกษาพบว่า การรักษาแบบ PD ส่งผลให้ผู้ป่วยมีปีสุขภาวะที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าการรักษาแบบ HD และมีต้นทุนรวมต่ำกว่า ดังนั้น PD จึงถือเป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่ามากกว่า นอกจากนี้ ผลจากการศึกษาความคุ้มค่าแบบ DCEA ยังแสดงให้เห็นว่า “ผลลัพธ์ด้านสุขภาพ (health effect)” มีค่าสูงที่สุดในกลุ่มเศรษฐฐานะต่ำสุด และต่ำสุดในกลุ่มเศรษฐฐานะสูงสุด ทั้งนี้ PD ก่อให้เกิดการประหยัดงบประมาณในระดับระบบสุขภาพ ซึ่งสามารถนำทรัพยากรที่ประหยัดได้ไปเพิ่มโอกาสทางสุขภาพให้กับประชากรโดยรวม จากผลการศึกษาในกรณีฐานจึงสรุปได้ว่า PD ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าทั้งในด้าน “ประสิทธิภาพ (efficiency)” และ “ความเสมอภาค (equity)” โดยนโยบาย PD First ช่วยให้กลุ่มประชากรที่มีเศรษฐฐานะต่ำกว่า ได้รับประโยชน์มากกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญ ผลการวิเคราะห์ในสถานการณ์จำลองยังสนับสนุนข้อค้นพบดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาความแตกต่างด้านอัตราการเสียชีวิตตาม wealth quintiles แล้ว PD ยังคงเป็นทางเลือกที่ให้ผลดีกว่าและมีความเสมอภาคกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงถึงความแตกต่างของอัตราการเข้ารับบริการ ความได้เปรียบด้านความเสมอภาคของกลุ่มประชากรที่มีเศรษฐฐานะต่ำกว่าลดลง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าผลลัพธ์ด้านความเท่าเทียมขึ้นอยู่กับการดำเนินนโยบายที่มีประสิทธิภาพและมาตรการเฉพาะเพื่อส่งเสริมการเข้าถึง PD ของกลุ่มประชากร โดยเฉพาะกลุ่มประชากรที่มีเศรษฐฐานะต่ำกว่าการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า DCEA เป็นแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในบริบทของประเทศไทย และให้กรอบการประเมินที่โปร่งใสสำหรับการสร้างสมดุลระหว่าง “ประสิทธิภาพ (efficiency)” และ “ความเสมอภาค (equity)” ในการประเมินเทคโนโลยีด้านสุขภาพ แม้จะมีข้อจำกัดด้านข้อมูล เช่น การกำหนดพารามิเตอร์บางส่วนมาจากการทบทวนวรรณกรรมจากต่างประเทศร่วมกับการใช้สมมติฐาน แต่ผลลัพธ์ยืนยันถึงเหตุผลของการคงนโยบาย PD First ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของประเทศไทยในการสร้างระบบสุขภาพที่ครอบคลุมและเสมอภาค นอกจากนี้ การศึกษานี้ยังเป็นตัวอย่างที่สำคัญในการบูรณาการมิติความเสมอภาคเข้ากับการประเมินความคุ้มค่าในรูปแบบเดิม และเสนอแนวทางให้การประยุกต์ใช้ DCEA ในการประเมินเทคโนโลยีสุขภาพอื่น ๆ ช่วยเสริมฐานหลักฐานเชิงนโยบายเพื่อการจัดสรรทรัพยากรที่มีทั้ง “ประสิทธิภาพ (efficiency)” และ “ความเสมอภาค (equity)” ภายใต้ระบบสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของประเทศไทย

บทคัดย่อ
This study applies the Distributional Cost-Effectiveness Analysis (DCEA) framework to Thailand’s dialysis policy, marking the country’s first empirical DCEA. Comparing peritoneal dialysis (PD) and hemodialysis (HD) as case studies, this DCEA revisits Thailand’s landmark PDfirst policy (introduced in 2007 under the Universal Coverage Scheme (UCS)) which prioritized PD for patients with end-stage renal disease (ESRD). While previous evaluations assessed efficiency alone, this study explicitly incorporates equity considerations, demonstrating how integrating fairness into economic evaluations can influence health policy decisions. Specifically, building on the original 2007 cost-effectiveness analysis (CEA), this DCEA compares PD and HD from a societal perspective, assuming uniform cost, outcome (mortality and quality-adjusted life year (QALY)), and treatment uptake across wealth quintiles in the base case, with additional scenario analyses exploring variations in mortality and uptake rate by wealth. Palliative treatment serves as the comparator, reflecting the non-dialysis alternative used in the earlier analysis. Results from the CEA confirm that PD achieved similar or higher QALYs compared with HD while generating cost savings, making PD the more efficient option. The DCEA findings further reveal that health gains are greatest among the most deprived quintile whereas the least deprived benefit least. Because PD yielded system-wide cost savings, its implementation also increased total health opportunity across the population. Overall, PD has been shown to be both more efficient and more equitable, with the PD-first policy delivering disproportionately larger benefits to lower wealth groups. Scenario analyses reinforce these findings when socioeconomic differences in mortality were modeled, PD remained the dominant, equitable option. However, when uptake disparities were introduced, the equity advantage diminished, highlighting that equitable policy outcomes depended on effective implementation and targeted efforts to improve PD access among poorer populations. The study demonstrated that DCEA is feasible and policy-relevant in Thailand’s context and provides a transparent framework for balancing efficiency with fairness (equity) in health technology assessment. Despite data limitations and simplifying assumptions, the results validate the rationale for maintaining a PD-first approach, aligning with Thailand’s commitment to universal and equitable healthcare. By illustrating how DCEA can quantify the distributional effects of health policies, this study sets a methodological precedent for integrating equity into conventional economic evaluations. Future applications across other interventions could strengthen Thailand’s evidence base for socially just and efficiency-informed resource allocation under the Universal Coverage Scheme.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3385.pdf
ขนาด: 2.379Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2572]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • การประเมินศักยภาพของระบบสุขภาพในความพร้อมรับมือการระบาดโรค COVID-19 ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดเชียงราย 

    อนุสรณ์ อุดปล้อง; Anusorn Udplong; ธวัชชัย อภิเดชกุล; Tawatchai Apidechkul; ฟาติมา ยีหมาด; Fartima Yeemard (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-10)
    การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของบุคลากรและระบบสุขภาพในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่อำเภอชายแดนจังหวัดเชียงราย คือ ...
  • การพัฒนาประสิทธิภาพทางการคลังที่ยั่งยืนสำหรับระบบหลักประกันสุขภาพ และแบบจำลองการจัดสรรทรัพยากรกำลังคนด้านสุขภาพ 

    ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย; Theepakorn Jithitikulchai (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2564-06)
    โครงการวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1) พื้นที่การคลังสาธารณสุข: ประมาณการช่องว่างในการกำหนดงบประมาณ (Fiscal Space) ของระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและระบบสาธารณสุข และ 2) การจัดสรรบุคลากร: ศึกษาช่องว่างอุปส ...
  • ประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สมาคมนักระบาดวิทยาภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืน 

    ธวัชชัย อภิเดชกุล; Tawatchai Apidechkul (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-11)
    การประชุมวิชาการระดับนานาชาติ สมาคมรักระบาดวิทยาภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านสาธารณสุขและการพัฒนาที่ยั่งยืน (The 14th SEA Regional Scientific Meeting of the International Epidemiological Association and International ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [646]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [103]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [292]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [129]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [165]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1357]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [235]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV