• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

การพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา

อัมพรพรรณ ธีรานุตร; Ampornpan Theeranut; ชมพูนุท ชนะมาร; Chompoonoot Chanamarn; วิภาวดี โพธิโสภา; Wiphawadee Potisopha; ปาริชาติ วงศ์ก้อม; Parichat Wonggom; ขวัญสุดา บุญทศ; Kwansuda Boontoch; ชนาพร ปิ่นสุวรรณ; Chanaporn Pinsuwan; พิชามญชุ์ คงเกษม; Pichamon Kongkasem;
วันที่: 2569-06
บทคัดย่อ
โครงการวิจัยเรื่องการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลสำหรับนักศึกษาในระดับอุดมศึกษา ได้รับการพัฒนาจากปัญหาสุขภาพจิตในกลุ่มนักศึกษาระดับอุดมศึกษามีแนวโน้มรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต การเรียน และการเข้าถึงบริการสนับสนุนทางสังคม อย่างไรก็ตาม อุปสรรคที่สำคัญในการดูแลปัญหาสุขภาพของนักศึกษา ได้แก่ การขาดแคลนบุคลากร ข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ การตีตราทางสังคม รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพจิต การวิจัยครั้งนี้มุ่งพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกล (KKU Tele Mental Health) สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดอุปสรรค และสร้างความต่อเนื่องในการดูแลสุขภาพจิต พร้อมทั้งสังเคราะห์ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในระดับสถาบัน การวิจัยนี้ใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ถึงเมษายน พ.ศ. 2569 แบ่งเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 สำรวจความต้องการของผู้ใช้ด้วยการสนทนากลุ่ม 4 กลุ่ม จำนวน 17 คน และสำรวจเชิงปริมาณ 280 คน ระยะที่ 2 พัฒนาและทดสอบต้นแบบระบบกับนักศึกษา 30 คน ระยะที่ 3 ทดลองใช้ระบบจริงกับกลุ่มตัวอย่าง 110 คน แบ่งเป็นกลุ่มควบคุม จำนวน 53 คน และกลุ่มทดลอง จำนวน 57 คน โดยประเมินด้วยเครื่องมือมาตรฐาน ได้แก่ Generalized Anxiety Disorder-7 (GAD-7), Stress Test-5 (ST-5), Patient Health Questionnaire-9 (PHQ-9), Insomnia Severity Index (ISI), และ Visual Analogue Scale (VAS) และระยะที่ 4 สังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายผ่านการประชุมเชิงปฏิบัติการกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 30 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนา หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน Chi-square, Paired t-test และ Independent samples t-test ผลการศึกษา ระยะที่ 1 พบว่านักศึกษาส่วนใหญ่ ร้อยละ 88.93 เห็นประโยชน์ของระบบสุขภาพจิตทางไกล โดยให้ความสำคัญกับแพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายและผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งนี้ นักศึกษาร้อยละ 57.14 มีภาวะซึมเศร้าในระดับต่าง ๆ และร้อยละ 58.93 มีความเครียดตั้งแต่ระดับปานกลางขึ้นไป สะท้อนให้เห็นความจำเป็นในการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตที่เข้าถึงได้จริง ระยะที่ 2 ได้พัฒนาเว็บแอปพลิเคชัน "KKU Tele Mental Health" ซึ่งเป็นระบบดูแลสุขภาพจิตทางไกลสำหรับนักศึกษา ออกแบบมาเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพจิตใน 4 มิติหลัก ได้แก่ (1) การคัดกรองสุขภาพจิตเบื้องต้นด้วยเครื่องมือมาตรฐาน (GAD-7, ST-5, PHQ-9, ISI) ที่ผู้รับบริการสามารถประเมินตนเองได้ก่อนเข้ารับการปรึกษา (2) การให้การปรึกษาด้านสุขภาพจิตแบบออนไลน์ตามมาตรฐานบริการให้การปรึกษาวัยรุ่น ซึ่งครอบคลุมปัญหาความเครียดจากการเรียน ความวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า และปัญหาในชีวิตประจำวัน (3) การส่งเสริมคุณภาพชีวิตจิตใจผ่านสื่อความรู้ที่สร้างขึ้นให้สอดคล้องกับผลการประเมินของผู้รับบริการแต่ละราย และ (4) การส่งต่อและติดตามดูแลต่อเนื่องโดยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการ คณะต้นสังกัด และหน่วยบริการสุขภาพในมหาวิทยาลัย ระบบรองรับทีมสหสาขาวิชาชีพ ประกอบด้วย อาจารย์ที่ปรึกษา เจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนานักศึกษา นักจิตวิทยา และพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ผลการศึกษานำร่องกับนักศึกษา 30 คน พบว่าผู้ใช้บริการมีความพึงพอใจต่อระบบต้นแบบในระดับสูงมาก (Mean = 4.73) โดยให้คะแนนสูงสุดในด้านความสามารถของผู้ให้การปรึกษา (Mean = 4.87) และด้านประโยชน์ของระบบต่อผู้รับบริการ (Mean = 4.80) ระยะที่ 3 ผู้รับบริการในกลุ่มทดลองมีคะแนนความวิตกกังวล (GAD-7) ความเครียด (ST-5) และภาวะซึมเศร้า (PHQ-9) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติภายหลังการใช้ระบบ (p < 0.001) และมีระดับพลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน (p < 0.001) แม้การเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มจะยังไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Difference-in-Differences = -1.10 คะแนน) ซึ่งสะท้อนได้ว่าระบบมีประสิทธิผลไม่ด้อยกว่าการให้บริการแบบดั้งเดิม ผลการศึกษายังแสดงให้เห็นว่าระบบมีการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ ใช้งานสะดวกผ่านอุปกรณ์หลากหลายประเภท และมีเครือข่ายความร่วมมือที่เชื่อมโยงข้อมูลระหว่างผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ หน่วยบริการทางสุขภาพ และคณะวิชาต้นสังกัด เพื่อให้เกิดการดูแล ติดตาม และสนับสนุนสุขภาวะของนักศึกษาเป็นรายบุคคลได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ทำให้ระบบนี้เป็นทางเลือกที่มีคุณค่าควบคู่กับบริการแบบพบหน้า อย่างไรก็ตาม การศึกษาระยะยาวเพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบยังมีความจำเป็น และระยะที่ 4 มีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย 6 ด้าน ในการนำระบบไปใช้ในสถาบันอย่างเป็นทางการ ได้แก่ 1) การกำหนดให้ระบบเป็นแพลตฟอร์มกลางของสถาบัน 2) การสื่อสารและการเข้าถึงบริการอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม รวมถึงการขยายการเข้าถึงนักศึกษานานาชาติ 3) การบริหารจัดการข้อมูลและระบบรายงานผลเชิงนโยบาย โดยเสริมมาตรการความปลอดภัยข้อมูลตามกรอบพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Personal Data Protection Act : PDPA) 4) การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการให้คำปรึกษาออนไลน์ 5) การพัฒนาเสถียรภาพของระบบเทคโนโลยี และ 6) การกำหนดระเบียบค่าตอบแทนที่ชัดเจนเพื่อให้มีบุคลากรผู้ให้คำปรึกษาที่เพียงพอและครอบคลุมทุกช่วงเวลา พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสถาบันเพื่อความยั่งยืนในระยะยาว

บทคัดย่อ
The research project titled "Development of a Tele Mental Health System for Higher Education Students" was developed in response to the increasingly severe mental health problems among higher education students, which continue to impact their daily lives, academic performance, and access to social support services. Significant barriers to addressing student mental health issues include shortages of qualified personnel, constraints related to time and location, social stigma, and limited access to mental health services. This research aimed to develop a tele mental health system (KKU Tele Mental Health) for Khon Kaen University students to enhance service accessibility, reduce barriers, and establish continuity in mental health care, while synthesizing policy recommendations at the institutional level. This research employed a research and development design, conducted between February 2025 and April 2026, divided into four phases. Phase 1 explored user needs through four focus group discussions with 17 participants and a quantitative survey with 280 participants. Phase 2 developed and tested the prototype system with 30 students. Phase 3 implemented a trial of the actual system with a sample of 110 participants, divided into a control group of 53 participants and an experimental group of 57 participants, evaluated using standardized instruments including the Generalized Anxiety Disorder-7 (GAD-7), Stress Test-5 (ST-5), Patient Health Questionnaire-9 (PHQ-9), Insomnia Severity Index (ISI), and Visual Analogue Scale (VAS). Phase 4 synthesized policy recommendations through a workshop with 30 stakeholders. Data were analyzed using descriptive statistics, calculating percentages, means, and standard deviations, as well as Chi-square tests, Paired t-tests, and independent samples t-tests. The findings from Phase 1 revealed that 88.93% of students recognized the benefits of a telemental health system, prioritizing an easy-to-use platform and qualified counselors. Notably, 57.14% showed depressive symptoms and 58.93 % experienced moderate to high stress, confirming the need for more accessible mental health care. In Phase 2 , the team developed "KKU Tele Mental Health," a web application covering four core functions: self-screening for stress, anxiety, and depression using standard tools (GAD-7 , ST-5 , PHQ-9 , ISI); online counseling by a multidisciplinary team; personalized mental health educational content; and referral with continuous follow-up care connected across counselors, faculty offices, and university health services. A pilot study with 30 students showed very high satisfaction (Mean = 4.73 ). Phase 3 found that the experimental group showed statistically significant reductions in anxiety, stress, and depression (p < 0.001) , with increased energy levels. Although between-group differences were not statistically significant (Difference-in-Differences = −1.10 points), the system performed comparably to traditional services and proved to be a valuable complement to face-to-face care. Longer-term studies are still needed. Phase 4 produced six policy recommendations: establishing the system as the university's official platform, promoting equal access including for international students, managing data under PDPA standards, building staff capacity in online counseling, improving system stability, and setting clear compensation guidelines to ensure sustainable counselor availability.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3398.pdf
ขนาด: 5.106Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2587]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • การประเมินศักยภาพของระบบสุขภาพในความพร้อมรับมือการระบาดโรค COVID-19 ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดเชียงราย 

    อนุสรณ์ อุดปล้อง; Anusorn Udplong; ธวัชชัย อภิเดชกุล; Tawatchai Apidechkul; ฟาติมา ยีหมาด; Fartima Yeemard (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-10)
    การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของบุคลากรและระบบสุขภาพในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่อำเภอชายแดนจังหวัดเชียงราย คือ ...
  • การเปรียบเทียบสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติระหว่างคู่สัญญาบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนและไม่ถ่ายโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย 

    นภชา สิงห์วีรธรรม; Noppcha Singweratham; ตวงรัตน์ โพธะ; Tuangrat Phodha; วิน เตชะเคหะกิจ; Win Techakehakij; ธีระศักดิ์ วงศ์ใหญ่; Dherasak Wongyai; อำพล บุญเพียร; Aumpol Bunpean; พัลลภ เซียวชัยสกุล; Pallop Siewchaisakul (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-12)
    การถ่ายโอนภารกิจด้านการให้บริการปฐมภูมิที่อยู่กับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้เกิดความเป็นธรรม ความเสมอภาคและเท่าเทียม ...
  • การพัฒนาแบบจำลองทำนายความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประเทศไทยเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อระบบหลักประกันสุขภาพและระบบสุขภาพ 

    ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย; Piya Hanvoravongchai; เสกสรร เกียรติสุไพบูลย์; Seksan Kiatsupaibul; วิฐรา พึ่งพาพงศ์; Vitara Pungpapong; อรลักษณ์ พัฒนาประทีป; Oraluck Pattanaprateep; มนทรัตม์ ถาวรเจริญทรัพย์; Montarat Thavorncharoensap; วศิน เลาหวินิจ; Wasin Laohavinij; จิดาภา หาญวรวงศ์ชัย; Jidapa Hanvoravongchai (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2566-10)
    โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างแบบจำลองทำนายความเสี่ยง 2 แบบจำลองหลัก คือ 1.1 แบบจำลองทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชากรทั่วไป และ 1.2 แบบจำลองทำนายความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสีย ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [651]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [104]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [293]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [130]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [165]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1363]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [236]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV