• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

การพัฒนาโปรแกรมประมวลและแสดงผลข้อมูลสุขภาพช่องปากของเด็กก่อนวัยเรียนเพื่อการบริหารระบบบริการสุขภาพช่องปากและเพิ่มความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากสําหรับผู้ปกครอง

ธีรวัฒน์ ทัศนภิรมย์; Teerawat Tussanapirom; ณิชมน ไชยอนันต์; Nichamon Chaianant; ปิยดา แก้วเขียว; Piyada Gaewkhiew; ปิ่นปินัทธ์ วณิชย์สายทอง; Pinpinut Wanichsaithong; ธนิดา โพธิ์ดี; Thanida Pothidee; วัฒนา ทองปัสโณว์; Watana Thongpatsano; ณิชา ลักษมีจรัลกุล; Nicha Luksamijarulkul; กฤติณัฏฐ์ ตั้งจิตคงพิทยา; Krittinat Tangjitkongpitaya;
วันที่: 2569-07
บทคัดย่อ
โรคฟันผุในเด็กก่อนวัยเรียนยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปาก (Oral Health Literacy, OHL) ของผู้ปกครองเป็นปัจจัยกำหนดที่ปรับเปลี่ยนได้ ระบบสารสนเทศสุขภาพช่องปากแบบบูรณาการสามารถสนับสนุนการเฝ้าระวังในระดับพื้นที่ การคืนข้อมูลสู่ผู้ปกครอง และการตัดสินใจของผู้บริหารระบบสุขภาพ วัตถุประสงค์: (1) พัฒนาและทดสอบเครื่องมือประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพช่องปากสำหรับผู้ปกครองเด็กปฐมวัย (2) พัฒนาและประเมินผลระบบ ThaiDER ส่วนผู้ปกครอง และ (3) พัฒนาระบบประมวลผลข้อมูลสำหรับบุคลากรทันตสาธารณสุข วิธีการวิจัย: การวิจัยแบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 แปลและทดสอบเครื่องมือ HeLD-14 เป็น ThaiHeLD-14 (ด้านการดูแลตนเอง) และ ThaiPHeLD-14 (ด้านการดูแลบุตรหลาน) โดยกระบวนการ forward–backward translation และผู้เชี่ยวชาญ พร้อมทดสอบความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นในผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน (n = 111) ระยะที่ 2 พัฒนาระบบ ThaiDER ประกอบด้วย clinic.thaider.net สำหรับทันตบุคลากร parent.thaider.net สำหรับผู้ปกครอง และ Dashboard สำหรับการตัดสินใจระดับนโยบาย ในพื้นที่นําร่อง 5 แห่ง จังหวัดสมุทรปราการ ระยะที่ 3 ทดสอบประสิทธิผลด้วยรูปแบบ single-arm pre-post (n = 252 paired สำหรับ ThaiHeLD-14 และ n = 237 paired สำหรับ ThaiPHeLD-14) และประเมินเชิงคุณภาพจากทันตบุคลากรผู้ใช้ระบบด้วยการสนทนากลุ่ม ผลการศึกษา: ThaiHeLD-14 และ ThaiPHeLD-14 มีความเชื่อมั่นภายในระดับดี (Cronbach's α = 0.865 และ 0.883) ThaiPHeLD-14 มีความเที่ยงตรงเชิงพยากรณ์ต่อค่า dmft ของบุตรหลาน (Spearman ρ = −0.219, p < 0.001) Multivariable negative binomial regression แสดงว่าทุกการเพิ่มขึ้น 10 คะแนน ThaiPHeLD-14 สัมพันธ์กับการลดลงของ dmft ประมาณร้อยละ 21 ระบบ ThaiDER ลงทะเบียนเด็ก 556 คน ตรวจสุขภาพช่องปาก 451 คน (ร้อยละ 81.1) และมีบันทึกการรักษา 373 รายการ คะแนน ThaiHeLD-14 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสําคัญหลังใช้แอปพลิเคชัน (46.42 → 48.40, Δ = +1.99, p < 0.001) โดยเฉพาะในมิติด้านข้อจํากัดทางเศรษฐสังคมและการเข้าถึงบริการทันตกรรม ในขณะที่ ThaiPHeLD-14 ไม่พบการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ (48.64 → 49.42, p = 0.176) ซึ่งอาจเป็นผลจาก ceiling effect การวิเคราะห์รายพื้นที่พบว่าพื้นที่ที่มีคะแนน baseline ตํ่ามีการเปลี่ยนแปลงคะแนนมากกว่า สะท้อนศักยภาพในการลดช่องว่างของระดับความรอบรู้ในกลุ่มเปราะบาง ความพึงพอใจของผู้ใช้งานอยู่ในระดับสูง (median = 5/5) สรุปและข้อเสนอแนะ: ThaiHeLD-14 และ ThaiPHeLD-14 มีคุณสมบัติทางจิตวิทยาเชิงวัดในระดับดีและพร้อมใช้ในงานวิจัยและการประเมินผลในระดับชาติ ระบบ ThaiDER เป็นต้นแบบที่สามารถ scale-up ในเครือข่ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั่วประเทศ ข้อเสนอแนะหลัก ได้แก่ การบรรจุเครื่องมือเป็นมาตรฐานการประเมินระดับชาติ การบูรณาการระบบกับมาตรฐาน 43 แฟ้ม สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และระบบ Health Information Systems (HIS) เดิม (HosXP, MyPCU) การเพิ่มความสามารถใช้งานแบบ offline และการพัฒนากลไกการคืนข้อมูลสู่ผู้ปกครอง

บทคัดย่อ
Background: Early childhood caries (ECC) remains a major public health problem in Thailand. Parental Oral Health Literacy (OHL) is a modifiable determinant of children's oral health outcomes. An integrated oral health information system can support population-level surveillance, return of data to parents, and evidence-based decision-making by health system managers. Objectives: (1) to develop and validate a Thai OHL instrument for parents of preschool children; (2) to develop and evaluate the ThaiDER information system; and (3) to develop a data processing platform for dental public health personnel. Methods: The study comprised three phases. Phase 1 translated HeLD-14 into ThaiHeLD-14 (self-care) and ThaiPHeLD-14 (childcare) through forward–backward translation and expert review, and tested validity and reliability among parents of preschool children (n = 111). Phase 2 developed the ThaiDER system, comprising clinic.thaider.net (for dental personnel), parent.thaider.net (for parents), and a Dashboard for policy decision-making, deployed in five pilot sites in Samut Prakan Province. Phase 3 evaluated effectiveness using a single-arm prepost design (n = 252 paired for ThaiHeLD-14, n = 237 for ThaiPHeLD-14) and qualitative assessment via a focus group with dental personnel using the system. Results: ThaiHeLD-14 and ThaiPHeLD-14 demonstrated good internal consistency (Cronbach's α = 0.865 and 0.883). ThaiPHeLD-14 showed predictive validity against child dmft (Spearman ρ = −0.219, p < 0.001); multivariable negative binomial regression indicated that each 10-point increase in ThaiPHeLD-14 was associated with approximately 21% reduction in child dmft. The ThaiDER system enrolled 556 children, with 451 oral examinations (81.1%) and 373 treatment records. ThaiHeLD-14 scores increased significantly post-intervention (46.42 → 48.40, Δ = +1.99, p < 0.001), particularly in the social/economic constraints and access-to-care dimensions, while ThaiPHeLD-14 showed no significant change (48.64 → 49.42, p = 0.176), likely due to ceiling effect. Subgroup analysis revealed that cohorts with lower baseline scores demonstrated larger gains, suggesting that the application may help narrow literacy gaps in vulnerable populations. User satisfaction was high (median = 5/5). Conclusions and Recommendations: ThaiHeLD-14 and ThaiPHeLD-14 demonstrate sound psychometric properties and are ready for use in research and national-level evaluation. The ThaiDER system provides a scalable model for primary-care oral health surveillance. Key recommendations include: incorporating the instruments as national standards; integrating ThaiDER with the National Health Security Office (NHSO) 43-file standard and existing Health Information Systems (HIS) (HosXP, MyPCU); enabling offline functionality; and developing workflows for returning data to parents.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3400.pdf
ขนาด: 10.23Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2589]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • การประเมินศักยภาพของระบบสุขภาพในความพร้อมรับมือการระบาดโรค COVID-19 ในพื้นที่ชายแดน จังหวัดเชียงราย 

    อนุสรณ์ อุดปล้อง; Anusorn Udplong; ธวัชชัย อภิเดชกุล; Tawatchai Apidechkul; ฟาติมา ยีหมาด; Fartima Yeemard (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-10)
    การวิจัยแบบภาคตัดขวางนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินศักยภาพของบุคลากรและระบบสุขภาพในการดำเนินการป้องกันและควบคุมโรค COVID-19 ของหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย ในพื้นที่อำเภอชายแดนจังหวัดเชียงราย คือ ...
  • การเปรียบเทียบสัดส่วนการจัดสรรงบประมาณกองทุนประกันสุขภาพแห่งชาติระหว่างคู่สัญญาบริการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิให้กับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลที่ถ่ายโอนและไม่ถ่ายโอนไปองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย 

    นภชา สิงห์วีรธรรม; Noppcha Singweratham; ตวงรัตน์ โพธะ; Tuangrat Phodha; วิน เตชะเคหะกิจ; Win Techakehakij; ธีระศักดิ์ วงศ์ใหญ่; Dherasak Wongyai; อำพล บุญเพียร; Aumpol Bunpean; พัลลภ เซียวชัยสกุล; Pallop Siewchaisakul (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-12)
    การถ่ายโอนภารกิจด้านการให้บริการปฐมภูมิที่อยู่กับสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี (สอน.) และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำให้เกิดความเป็นธรรม ความเสมอภาคและเท่าเทียม ...
  • การพัฒนาแบบจำลองทำนายความเสี่ยงและภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประเทศไทยเพื่อประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อระบบหลักประกันสุขภาพและระบบสุขภาพ 

    ปิยะ หาญวรวงศ์ชัย; Piya Hanvoravongchai; เสกสรร เกียรติสุไพบูลย์; Seksan Kiatsupaibul; วิฐรา พึ่งพาพงศ์; Vitara Pungpapong; อรลักษณ์ พัฒนาประทีป; Oraluck Pattanaprateep; มนทรัตม์ ถาวรเจริญทรัพย์; Montarat Thavorncharoensap; วศิน เลาหวินิจ; Wasin Laohavinij; จิดาภา หาญวรวงศ์ชัย; Jidapa Hanvoravongchai (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2566-10)
    โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) สร้างแบบจำลองทำนายความเสี่ยง 2 แบบจำลองหลัก คือ 1.1 แบบจำลองทำนายความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชากรทั่วไป และ 1.2 แบบจำลองทำนายความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนและการเสีย ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [652]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [104]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [293]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [131]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [165]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1363]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [236]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV