• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

การวิจัยเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการแพทย์เพิ่มพูนทักษะในโรงพยาบาลสังกัดสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วิทวัส สุรวัฒนสกุล; Vithawat Surawattanasakul; วริษา สุนทรวินิต; Warisa Soonthornvinit; ลักคณา เฮ้งบริบูรณ์; Lakkana Hengboriboon; ภาควัฒน์ หงส์นันทกุล; Parkkawat Hongnantakul; ภัทรพงศ์ ผลพิสิษฐ์; Pattarapong Ponpisit; จิราชาญา ชูวุฒยากร; Jirachaya Choovuthayakorn; ฌญาดา กษิรวัฒน์; Chayada Kasirawat; ชนะชัย พลพิทักษ์ชัย; Chanachai Polpitakcha;
วันที่: 2569-02
บทคัดย่อ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 รัฐบาลได้ดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแพทย์ผ่านการเพิ่มการผลิตและการกำหนดสัญญาชดใช้ทุนเป็นระยะเวลา 3 ปี หรือเลือกชดใช้ค่าปรับสูงสุด 400,000 บาท อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังคงเผชิญปัญหาการขาดแคลนแพทย์ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของระบบสุขภาพมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดกว่าสองทศวรรษที่ผ่านมา ระบบแพทย์เพิ่มพูนทักษะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาความพร้อมของแพทย์จบใหม่ที่ปฏิบัติงานชดใช้ทุนในปีแรก ก่อนปฏิบัติงานต่อในปีที่ 2 และ 3 ในโรงพยาบาลต่าง ๆ รวมทั้งเป็นเงื่อนไขสำคัญก่อนเข้าศึกษาต่อแพทย์ประจำบ้านในหลายสาขา อย่างไรก็ตาม ระบบปัจจุบันยังเผชิญปัญหามากมาย ทั้งภาระงานที่สูง การจัดสรรแพทย์ที่ไม่สอดคล้องกับภาระงานจริง อัตราเงินเดือนที่ไม่เหมาะสม ความไม่สมดุลระหว่างงานและชีวิต คุณภาพชีวิตการทำงานที่ด้อยลง การเดินทางที่ลำบาก รวมถึงระบบฝึกอบรมและวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่เอื้อต่อการเรียนรู้ ส่งผลต่อความพึงพอใจและการคงอยู่ของแพทย์เพิ่มพูนทักษะในระบบ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสถานการณ์ปัจจุบัน วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อการคงอยู่ของแพทย์เพิ่มพูนทักษะ และสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการแพทย์เพิ่มพูนทักษะในโรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน ประกอบด้วย การทบทวนเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูลกำลังคน การสำรวจแพทย์เพิ่มพูนทักษะที่กำลังทำงานอยู่ ณ ปัจจุบันและแพทย์ชดใช้ทุนปีที่ 2–3 ที่เคยอยู่ในโครงการแพทย์เพิ่มพูนทักษะ การสัมภาษณ์เชิงลึกผู้บริหารและผู้ให้การฝึกอบรมในโรงพยาบาล และการประชุมผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อสังเคราะห์ข้อเสนอเชิงนโยบาย ผลการศึกษาพบว่าแพทย์เพิ่มพูนทักษะมีค่ามัธยฐานชั่วโมงการทำงาน 85 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีภาระงานที่ไม่สมดุลกับรายได้ และมีภาวะหมดไฟในระดับสูง ขณะเดียวกัน โรงพยาบาลจำนวนมากยังขาดศักยภาพด้านระบบพี่เลี้ยง การจัดสรรเวร และการดูแลสวัสดิการขั้นพื้นฐาน อีกทั้งยังไม่มีระบบข้อมูลกลางสำหรับใช้วางแผนแบบ real-time ปัจจัยผลักดันการลาออก ได้แก่ ภาระงานสูง ความไม่สมดุลระหว่างงานและชีวิต รายได้ไม่เพียงพอ และระบบที่ไม่มีประสิทธิภาพ ในทางตรงกันข้าม ปัจจัยดึงดูดให้คงอยู่ในระบบ ได้แก่ ระบบพี่เลี้ยงที่เข้มแข็ง สภาพแวดล้อมการทำงานที่สนับสนุน โอกาสเรียนต่อเฉพาะทาง และสวัสดิการที่เหมาะสม การสังเคราะห์หลักฐานเชิงประจักษ์นำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายสำคัญ 6 ประการ ได้แก่ (1) การปรับปรุงระบบจัดสรรแพทย์ด้วยอัลกอริทึมและข้อมูลภาระงานจริง (2) การบริหารจัดการกำลังคนและการสนับสนุนในระดับภูมิภาค (3) การจัดตั้งระบบข้อมูลกลางเพื่อติดตามกำลังคนแบบ real-time (4) การพัฒนาระบบพี่เลี้ยงและการสนับสนุนภายในโรงพยาบาล (5) การวางแผนกำลังคนสาธารณสุขแบบบูรณาการ และ (6) การปฏิรูปหลักสูตรและหลักเกณฑ์การฝึกอบรมให้ตอบสนองต่อความต้องการกำลังคนในอนาคต ข้อเสนอเหล่านี้สอดคล้องกับกรอบ “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” และทฤษฎี “หกเสาหลักของระบบสุขภาพ” ขององค์การอนามัยโลก โดยสรุป การพัฒนาระบบบริหารจัดการแพทย์เพิ่มพูนทักษะอย่างรอบด้านและมีระบบข้อมูลที่ทันสมัยและเข้มแข็ง เป็นปัจจัยสำคัญต่อการคงอยู่ของแพทย์ในระบบ และเป็นกลไกหลักที่จะยกระดับคุณภาพบริการสุขภาพของประเทศอย่างยั่งยืนในระยะยาว

บทคัดย่อ
Since 1967, the Thai government has implemented policies to address physician shortages by increasing medical production and enforcing a three-year mandatory service contract for graduates from public institutions, or allowing them to pay a maximum fine of 400,000 THB in lieu of service. However, Thailand continues to face persistent physician shortages, which remain a major challenge for the health system. For more than two decades, the medical internship program has played a crucial role in preparing newly graduated doctors who complete their first year of compulsory service before continuing their second and third years in various hospitals. The program also serves as an essential prerequisite for admission into residency training in many specialties. Nevertheless, the current system faces numerous challenges, including excessive workloads, physician allocation that does not match actual service demands, inadequate and disproportionate salaries, poor work–life balance, deteriorating working conditions, difficult travel requirements, and training systems or organizational cultures that are not conducive to learning. These issues affect the satisfaction and retention of medical interns within the system. This study aimed to examine the current situation, analyze factors influencing the retention of medical interns, and synthesize policy recommendations to improve the management system for medical interns in hospitals under the Office of the Permanent Secretary, Ministry of Public Health. A mixed-methods approach was employed, consisting of a document review, health workforce data analysis, a survey of first- to third-year compulsory-service physicians who had previously participated in the internship program, in-depth interviews with hospital executives and clinical trainers, and expert panel discussions to formulate policy recommendations. The findings revealed that medical interns had a median workload of 85 working hours per week, experienced disproportionate workloads relative to income, and exhibited high levels of burnout. At the same time, many hospitals lacked adequate mentoring systems, rational duty allocation, and essential welfare support, and did not have a centralized real-time information system for workforce planning. Key push factors influencing resignation included excessive workload, poor work–life balance, insufficient income, and ineffective management systems. Conversely, pull factors supporting retention included strong mentorship, supportive working environments, opportunities for specialty training, and appropriate welfare benefits. The synthesis of empirical evidence led to six major policy recommendations: (1) improving physician allocation using algorithms and real-time workload data, (2) strengthening workforce management and support at the regional level, (3) establishing a centralized real-time workforce monitoring system, (4) enhancing mentorship and internal support systems within hospitals, (5) implementing integrated health workforce planning, and (6) reforming training curricula and regulatory frameworks to meet future workforce needs. These recommendations align with the “Triangle that Moves the Mountain” framework and the World Health Organization’s “Six Building Blocks of Health Systems.” In conclusion, comprehensive improvements to the medical internship management system, supported by modern and robust information systems, are essential for retaining physicians within the system and constitute a key mechanism for strengthening the long-term quality and sustainability of Thailand’s health services.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3359.pdf
ขนาด: 7.144Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 2
เดือนนี้: 2
ปีงบประมาณนี้: 2
ปีพุทธศักราชนี้: 2
รวมทั้งหมด: 2
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2555]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • สถานการณ์และการถอดบทเรียนต้นแบบบริการสุขภาพปฐมภูมิยุคสามหมอ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย 

    เพ็ญนภา ศรีหริ่ง; Pennapa Sriring; เตือนใจ ภูสระแก้ว; Thuanjai Poosakaew; ฉวีวรรณ ศรีดาวเรือง; Chaweewan Sridawruang; พิทยา ศรีเมือง; Phitthaya Srimuang; รุจิราลักขณ์ พรหมเมือง; Ruchiralak Prommueang; ไพฑูรย์ พรหมเทศ; Paitoon Promthet; รัตน์ดาวรรณ คลังกลาง; Ratdawan Klungklang; ปณิตา ครองยุทธ; Panita Krongyuth; รุจี จารุภาชน์; Rujee Charupash (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-11-30)
    การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ประเมินสถานการณ์การจัดบริการสุขภาพของหน่วยบริการปฐมภูมิในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย 2) ถอดบทเรียนตัวอย่างหน่วยบริการปฐมภูมิที่ดี จุดเด่น ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา และอุปสรรคของหน่ว ...
  • การสังเคราะห์ทางเลือกและข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปบทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 

    ภูดิท เตชาติวัฒน์; Phudit Tejativaddhana; ธันวดี สุขสาโรจน์; Thunwadee Suksaroj; ชีระวิทย์ รัตนพันธ์; Cheerawit Rattanapan; อรพินท์ เล่าซี้; Orapin Laosee; วิชช์ เกษมทรัพย์; Vijj Kasemsup; อรุณศรี มงคลชาติ; Aroonsri Mongkolchati; สมศักดิ์ วงศาวาส; Somsak Wongsawass; ภานุวัฒน์ ปานเกตุ; Panuwat Panket; ชวินทร์ ศิรินาค; Chawin Sirinak; ชาติชาย สุวรรณนิตย์; Chatchay Suvannit; สมบูรณ์ ศิริสรรหิรัญ; Somboon Sirisunhirun; ศักดา อาจองค์ วัลลิภากร; Sakda Arj-Ong Vallibhakara (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2565-04-28)
    การวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีเป้าประสงค์เพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อสนับสนุนการปฏิรูปบทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)/อาสาสมัครสาธารณสุขกรุงเทพมหานคร (อสส.) เพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายพัฒนาที่ยั่งยืน ...
  • ความท้าทายและข้อเสนอเชิงนโยบายในการบริหารกำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อรับมือการระบาดใหญ่ในหน่วยบริการปฐมภูมิในบริบทการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลไปองค์การบริหารส่วนจังหวัด 

    กุลวดี อภิชาติบุตร; Kulwadee Abhicharttibutra; อรอนงค์ วิชัยคำ; Orn-Anong Wichaikhum; อภิรดี นันท์ศุภวัฒน์; Apiradee Nantsupawat; เกศราภรณ์ อุดกันทา; Kedsaraporn Udkunta (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2567-01)
    การระบาดเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลันก่อให้เกิดความตึงเครียดต่อการบริการทางสุขภาพ กำลังคนด้านสุขภาพจึงเป็นบุคลากรสุขภาพด่านหน้าที่มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการตอบสนองต่อสถานการณ์การระบาด การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) วิเคราะห์สถ ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [642]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [102]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [292]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [129]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [164]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1341]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [235]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV