• TH
    • EN
    • สมัครสมาชิก
    • เข้าสู่ระบบ
    • ลืมรหัสผ่าน
    • ช่วยเหลือ
    • ติดต่อเรา
  • สมัครสมาชิก
  • เข้าสู่ระบบ
  • ลืมรหัสผ่าน
  • ช่วยเหลือ
  • ติดต่อเรา
  • TH 
    • TH
    • EN
ดูรายการ 
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
  •   หน้าแรก
  • สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) - Health Systems Research Institute (HSRI)
  • Research Reports
  • ดูรายการ
JavaScript is disabled for your browser. Some features of this site may not work without it.

รายงานสถานะสุขภาพของคนไทย สถานการณ์ระบบบริการสุขภาพและกำลังคนด้านสุขภาพ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพของประเทศ

ฑิณกร โนรี; Thinakorn Noree; ศรวณีย์ อวนศรี; Sonvanee Uansri; นิจนันท์ ปาณะพงศ์; Nitjanan Panapong;
วันที่: 2569-03
บทคัดย่อ
กำลังคนด้านสุขภาพถือเป็นทรัพยากรหลักที่กำหนดความสำเร็จหรือความล้มเหลวของระบบบริการสุขภาพของประเทศ แม้ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยจะมีความก้าวหน้าในการผลิตบุคลากรสายหลัก เช่น แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร และพยาบาลวิชาชีพ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบปัญหาการกระจายตัวที่ไม่เท่าเทียมระหว่างพื้นที่เมืองและชนบทซึ่งสวนทางความต้องการใช้บริการของประชากรในพื้นที่ การขาดแคลนบุคลากรในบางสาขาวิชาชีพ รวมถึงการสูญเสียกำลังคนออกจากระบบภาครัฐ ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ การเข้าสู่สังคมสูงอายุ ภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เพิ่มขึ้น นโยบายการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) นโยบายบัตรประชาชนใบเดียวรักษาได้ทุกที่ รวมถึงการพัฒนาของเทคโนโลยีดิจิทัลและ Telemedicine ล้วนส่งผลต่อรูปแบบความต้องการบริการสุขภาพและกำลังคนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการจัดทำแผนยุทธศาสตร์กำลังคนด้านสุขภาพของประเทศฉบับต่อไป จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทบทวนสถานการณ์ในปัจจุบันอย่างรอบด้านและเป็นระบบ การศึกษาการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) รวบรวมและรายงานสถานะสุขภาพของคนไทย 2) ทบทวนสถานการณ์ระบบบริการสุขภาพของประเทศ และ 3) ทบทวนสถานการณ์กำลังคนด้านสุขภาพในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต โดยใช้กรอบแนวคิดที่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่าง 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความต้องการด้านสุขภาพของประชาชน (Health demand) ระบบบริการสุขภาพ (Service delivery) และกำลังคนด้านสุขภาพ (Health workforce) และนำมาสังเคราะห์สถานการณ์ ประกอบด้วย 2 วิธีการหลัก คือ การทบทวนวรรณกรรมทั้งในและต่างประเทศอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมประเด็นสถานะสุขภาพ พฤติกรรมการใช้บริการ ภาระโรค ปัจจัยกำหนดสุขภาพ โครงสร้างระบบบริการ จำนวนและการกระจายตัวของกำลังคน ตลอดจนปัจจัยนโยบายที่เกี่ยวข้อง และการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญในสาขาที่เกี่ยวข้อง ผลการศึกษาด้านสถานะสุขภาพของคนไทย พบว่าประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนผ่านทางระบาดวิทยาอย่างชัดเจน โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคระบบทางเดินหายใจ ครองสัดส่วนภาระโรคสูงสุดวัดด้วยดัชนี Disability-Adjusted Life Years (DALYs) นอกจากนี้ปัญหาสุขภาพจิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกกลุ่มวัย ขณะที่พฤติกรรมการใช้บริการสุขภาพของประชาชนยังเน้นการรักษามากกว่าการป้องกัน และปัจจัยทางสังคมกำหนดสุขภาพ เช่น ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ การศึกษา และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุความเป็นธรรมด้านสุขภาพ ด้านระบบบริการสุขภาพ พบว่าโครงสร้างปัจจุบันยังคงเน้นการดูแลในโรงพยาบาลเป็นหลัก ซึ่งไม่สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมสูงวัยที่ต้องการบริการดูแลระยะยาว บริการชุมชน และการดูแลที่บ้านมากยิ่งขึ้น รูปแบบบริการใหม่ เช่น Telemedicine การจัดส่งยาถึงบ้าน และบริการดูแลผู้สูงอายุในชุมชนเริ่มมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในเขตเมือง ขณะที่ อปท. มีบทบาทในการจัดบริการสุขภาพเพิ่มขึ้น ความเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างหน่วยบริการยังเป็นช่องว่างสำคัญที่ต้องพัฒนาด้านกำลังคนด้านสุขภาพ พบว่าปัญหาการขาดแคลนในวิชาชีพหลักดีขึ้นเมื่อเทียบกับอดีต แต่การกระจายตัวยังกระจุกอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดขนาดใหญ่ ในขณะที่จังหวัดขนาดเล็กและจังหวัดชายแดนยังขาดแคลนอย่างมีนัยสำคัญ บุคลากรในสาขาที่มีการผลิตน้อย เช่น นักรังสีการแพทย์ นักจิตวิทยา และนักกิจกรรมบำบัด ยังคงขาดแคลนในระดับพื้นที่ นอกจากนี้ยังพบปัญหาการสูญเสียกำลังคนจากภาครัฐสู่ภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง จากความแตกต่างด้านค่าตอบแทน ภาระงาน และความก้าวหน้าในสายอาชีพ รวมถึงระบบการผลิตกำลังคนที่ยังไม่สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพในระยะยาว ผลการศึกษาข้างต้นนำมาสู่ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ดังนี้ กระทรวงสาธารณสุขควรร่วมกับคณะกรรมการกำลังคนด้านสุขภาพแห่งชาติจัดทำยุทธศาสตร์กำลังคนที่ครอบคลุมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน อปท. และภาคประชาสังคม พร้อมออกแบบระบบบริการที่เสริมสร้างความเข้มแข็งของบริการปฐมภูมิ และพัฒนาระบบค่าตอบแทนตามผลงานที่จูงใจคนรุ่นใหม่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสถาบันพระบรมราชชนกควรเพิ่มการผลิตกำลังคนด้วยกระบวนการ Local recruitment – Local training – Hometown placement และบรรจุทักษะดิจิทัล การคิดเชิงระบบ และนวัตกรรมในหลักสูตรทุกวิชาชีพ ทั้งนี้การพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศกำลังคนด้านสุขภาพที่เป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพถือเป็นฐานรากสำคัญในการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ที่กำหนดขึ้น

บทคัดย่อ
The health workforce is a fundamental resource that determines the success or failure of a national healthcare system. Despite steady progress in producing core health professionals — physicians, dentists, pharmacists, and registered nurses — Thailand continues to face persistent challenges: inequitable urban-rural distribution, shortages in certain specialties, and ongoing public sector attrition. These issues are further compounded by structural shifts including population ageing, a rising burden of non-communicable diseases (NCDs), the devolution of Subdistrict Health Promoting Hospitals (SHPHs) to local administrative organizations, the universal "one card, anywhere" health coverage policy, and the rapid advancement of digital health and telemedicine — all of which are substantially reshaping patterns of healthcare demand and workforce requirements. In preparation for the next national health workforce strategic plan, this study aimed to: 1) report on the health status of the Thai population; 2) review the current state of the national health service delivery system; and 3) examine present conditions and future trends of the health workforce. A conceptual framework linking three components — health demand, service delivery, and health workforce — guided the analysis. The study employed a situational synthesis design, combining a systematic literature review with in-depth expert interviews. Findings reveal that Thailand is undergoing a clear epidemiological transition. NCDs — cardiovascular disease, diabetes, cancer, and chronic respiratory conditions — now dominate the disease burden as measured by Disability-Adjusted Life Years (DALYs). Mental health problems are rising across all age groups, health-seeking behavior remains predominantly curative rather than preventive, and social determinants such as socioeconomic inequality and geographic location continue to hinder health equity. The health service delivery system remains heavily hospital-centric, misaligned with the growing needs of an ageing society for long-term care, community-based services, and home care. Emerging models — telemedicine, home medication delivery, and community elderly care — are gaining traction, particularly in urban areas, while interoperability of health data across providers remains a critical gap. On the workforce front, shortages in core professions have eased compared to previous decades, yet geographic maldistribution persists, with concentration in Bangkok and large urban centers while smaller and border provinces remain underserved. Professions with limited training capacity — including radiologic technologists, psychologists, and occupational therapists — face continued local-level shortfalls. Public-to-private sector attrition remains a concern driven by disparities in pay, workload, and career prospects, and the workforce production system remains poorly aligned with long-term health system needs. These findings yield several policy recommendations. The Ministry of Public Health, working with the National Health Workforce Committee, should develop a cross-sectoral workforce strategy, strengthen primary care, and introduce performance-based incentives for new-generation health workers. The Ministry of Higher Education and the Praboromarajchanok Institute should expand workforce production through a "local recruitment – local training – hometown placement" pipeline and embed digital literacy, systems thinking, and innovation across all health professional curricula, alongside short-course training for community health workers. Professional councils should revise regulations to facilitate interprofessional teamwork in primary care and formalize pathways for non-licensed workers to deliver community health and social services. Across all these efforts, the development of a unified health workforce information system is essential for effective monitoring and strategic evaluation.
Copyright ผลงานวิชาการเหล่านี้เป็นลิขสิทธิ์ของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข หากมีการนำไปใช้อ้างอิง โปรดอ้างถึงสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติสงวนลิขสิทธิ์สำหรับการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
ฉบับเต็ม
Thumbnail
ชื่อ: hs3375.pdf
ขนาด: 1.682Mb
รูปแบบ: PDF
ดาวน์โหลด

คู่มือการใช้งาน
(* หากไม่สามารถดาวน์โหลดได้)

จำนวนดาวน์โหลด:
วันนี้: 1
เดือนนี้: 1
ปีงบประมาณนี้: 1
ปีพุทธศักราชนี้: 1
รวมทั้งหมด: 1
 

 
 


 
 
แสดงรายการชิ้นงานแบบเต็ม
คอลเล็คชั่น
  • Research Reports [2569]

    งานวิจัย

ชิ้นงานที่เกี่ยวข้อง

แสดงชิ้นที่เกี่ยวข้องโดย ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ผู้สร้าง และหัวเรื่อง

  • การสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อจัดทำข้อเสนอ การปฎิรูประบบบริการสุขภาพ และการสร้างหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย 

    วรรณภา ศรีธัญรัตน์; Wannapa Srithanyarat; ผ่องพรรณ อรุณแสง; อัมพร เจริญชัย; สุจิตรา ลิ้มอำนวยลาภ; กัลยา พัฒนศรี (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2545)
    เอกสารนี้นำเสนอผลการสังเคราะห์องค์ความรู้ เพื่อจัดทำข้อเสนอการปฏิรูประบบบริการสุขภาพและการสร้างหลักประกันสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุไทย ในกระบวนการสังเคราะห์ได้มีการศึกษาวิเคราะห์การดำเนินงานด้านระบบบริการสุขภาพและหลักประกันส ...
  • การประเมินผลกระทบทางสุขภาพจากโยบายหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ต่อกลุ่มทอผ้าพื้นบ้านในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

    เกษราวัลณ์ นิลวรางกูร; Ketsarawan Nlilwarangkul; จรัญญา วงษ์พรหม; ชลิดา ธนัฐธีรกุล; สุมน ปิ่นเจริญ; Charunnya Wongphom; Chalida Tanutteerakul; Sumon Pincharoen (สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2547)
    นโยบายหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เป็นนโยบายที่ถูกกำหนดเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของประชาชนในท้องถิ่น การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาขอบเขตของนโยบายและการกระตุ้นการพัฒนาของนโยบายต่อกลุ่มทอผ้าพื้นบ้าน ...
  • เคล็ดไม่ลับ R2R : บริบทโรงพยาบาลศูนย์/ทั่วไป/ชุมชน 

    วิจารณ์ พานิช; พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข; จรวยพร ศรีศศลักษณ์; สรชัย จำเนียรดำรงการ; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข; สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (แผนงานพัฒนาเครือข่ายวิจัยในรูปแบบงานวิจัยจากงานประจำสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข, 2552-07)
    ภายในเวลา 5 ปี ที่ R2R งอกงามขึ้นที่ศิริราช บัดนี้ R2R ได้แพร่ขยายออกไปทั่วประเทศไทย ในหน่วยงานด้านสุขภาพ ภายใต้การจัดการของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่หลากหลาย กระบวนการขับเคลื่อนไปสู่วงการสา ...

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV
 

 

เลือกตามประเภท (Browse)

ทั้งหมดในคลังข้อมูลDashboardหน่วยงานและประเภทผลงานปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)ประเภททรัพยากรนี้ปีพิมพ์ผู้แต่งชื่อเรื่องคำสำคัญ (หัวเรื่อง)หมวดหมู่การบริการสุขภาพ (Health Service Delivery) [645]กำลังคนด้านสุขภาพ (Health Workforce) [102]ระบบสารสนเทศด้านสุขภาพ (Health Information Systems) [292]ผลิตภัณฑ์ วัคซีน และเทคโนโลยีทางการแพทย์ (Medical Products, Vaccines and Technologies) [129]ระบบการเงินการคลังด้านสุขภาพ (Health Systems Financing) [164]ภาวะผู้นำและการอภิบาล (Leadership and Governance) [1355]ปัจจัยสังคมกำหนดสุขภาพ (Social Determinants of Health: SDH) [235]วิจัยระบบสุขภาพ (Health System Research) [28]ระบบวิจัยสุขภาพ (Health Research System) [23]

DSpace software copyright © 2002-2016  DuraSpace
นโยบายความเป็นส่วนตัว | ติดต่อเรา | ส่งความคิดเห็น
Theme by 
Atmire NV